Welcome to HmongZa.com
Register now to gain access to all of our features. Once registered and logged in, you will be able to create topics, post replies to existing topics, give reputation to other members, get your own private messenger, post status updates, manage your profile and so much more. This message will be removed once you have signed in.

Thaksin Shinawatra

3,006 posts in this topic

Posted · Report post

Pej Xeem sawn los sib koom tes

Share this post


Link to post
Share on other sites

Posted · Report post

Thai junta under fire from allies over Yingluck escape

 
Thai police outside the Supreme Court in Bangkok on Friday, when ex-prime minister Yingluck Shinawatra failed to appear (AFP Photo/ROBERTO SCHMIDT)

Thailand's junta has come under fire from conservative allies following ousted prime minister Yingluck Shinawatra's escape overseas, with many questioning how the military could have let her flee given she was heavily monitored.

Yingluck, whose government was toppled by the military in 2014, pulled a dramatic disappearing act before a scheduled court judgment on Friday in a criminal negligence trial.

She faced up to ten years in prison and a lifetime political ban if convicted. But instead she was a no show, with junta and party sources saying she had fled abroad.

Analysts say Yingluck most likely cut a secret deal with the junta to exit the country -- a charge the military has denied.

The leadership is desperate to avoid instability as it digs in for a long stay.

The junta says it does not yet know how the country's first female prime minister managed to slip the net.

But key conservative figures, some of whom agitated for the coup that toppled Yingluck and are seen as political allies of the junta, rounded on the military in a series of statements over the weekend.

"It was clear that security officials followed her closely and took photographs of her everywhere she went, all the time. But she still was able to escape," Panthep Puapongpan, one of the leaders of 2014 protests against Yingluck's government, told reporters.

"With Yingluck now escaped, the government, the security forces and the NCPO has to take responsibility," he added, using the official acronym for the junta.

Veera Somkwankid, another prominent opponent of the Shinawatra political dynasty, took to Facebook to vent his frustration.

"The government must hunt down the traitors and punish the persons (who might have helped her escape), otherwise the NCPO will end up being the defendant," he wrote.

Yingluck frequently complained of being constantly followed by military intelligence since she was ousted from office.

Thai media has been filled with speculation over how she might have escaped, with most sugg[quote]esting she went to Cambodia either by land or sea in the days before the court verdict and then on to Singapore.

Share this post


Link to post
Share on other sites

Posted · Report post

พวกพีมานสาตานกัดกันใหยเพาะยีงลักหนี

Share this post


Link to post
Share on other sites

Posted · Report post

หนี-ลี้ภัย 8 นายกฯพลัดถิ่น หลบคดีทุจริต-ถูกยึดอำนาจ

pol01310860p1-728x524.jpg

ฝุ่นตลบอบอวลไปทั้งกระดานการเมือง หลัง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ถอดใจไม่มาฟังคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าวที่มีอัตราโทษจำคุก 1-10 ปี จนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับ

และนัดอ่านคำพิพากษาลับหลัง “ยิ่งลักษณ์” ในฐานะจำเลย วันที่ 27 กันยายน 2560

บัดนี้ชัดเจนแล้วว่า “ยิ่งลักษณ์” เปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นนักโทษหนีคดีตามรอยพี่ชาย “ทักษิณ ชินวัตร”

และมีข่าวว่าเตรียมขอ “ลี้ภัยการเมือง” อยู่ยาวที่ประเทศอังกฤษ โดยมีนายกฯผู้พี่เตรียมทางหนีทีไล่ให้เสร็จสรรพ

ผลจากการ “หนี” ทำให้ “ยิ่งลักษณ์” กลายเป็นนายกฯคนที่ 8 ในประวัติศาสตร์การเมืองที่นายกฯหนีออกนอกประเทศ

คนแรก “พระยามโนปกรณ์นิติธาดา”

 

นอกจากได้เป็นนายกฯคนแรกแห่งประเทศสยามแล้ว ยังเป็นนายกฯคนแรกที่ต้องลี้ภัยการเมือง หลังเหตุการณ์ข้อพิพาท เค้าโครงเศรษฐกิจ หรือ “สมุดปกเหลือง” ของ “ปรีดี พนมยงค์” พระยามโนฯได้กระทำการรัฐประหารเงียบด้วยการใช้อำนาจนายกฯปิดสภา งดใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ออกกฎหมายว่าด้วยคอมมิวนิสต์ และเนรเทศ “ปรีดี” ออกนอกประเทศแต่ไม่นานเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2476 พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร ได้ใช้กำลังทหารยึดอำนาจรัฐบาลพระยามโนฯและเนรเทศไปยังปีนังด้วยรถไฟ และอยู่ที่ปีนังกระทั่งวาระสุดท้าย

คนที่สอง “ปรีดี พนมยงค์”

มันสมองของคณะราษฎร ที่ได้ลิ้มรสชาติของการถูกเนรเทศมาแล้ว แต่เมื่อได้กลับคืนมาตุภูมิอีกครั้ง ได้เป็นทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี และผู้สำเร็จราชการ แต่ชีวิตมีขึ้นย่อมมีลง “ปรีดี” ต้องเผชิญมรสุมการเมืองหลังเหตุการณ์สวรรคต รัชกาลที่ 8จนต้องลาออกจากตำแหน่ง แม้จะได้รับเลือกให้เป็นนายกฯอีกครั้งแต่ก็ปฏิเสธ โดยให้ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ส.ส.อยุธยา ขึ้นเป็นนายกฯแทน กระทั่งเกิดการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 โดยการนำของ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ปรีดีต้องหนีลงเรือรับจ้างออกจาก “ทำเนียบท่าช้าง” บ้านพักก่อนจะถูกยิงด้วยรถถัง เขาลี้ภัยอยู่สิงคโปร์ประมาณ 2 ปี ไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน 21 ปี แม้มีบางช่วงที่ “ปรีดี” หวนกลับเข้าเมืองไทยเพื่อยึดอำนาจคืนแต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งไปใช้ชีวิตในวัยชราที่ประเทศฝรั่งเศสจวบจนลมหายใจสุดท้าย

คนที่สาม “พล.ร.ต.ถวัลย์”

เป็นเหตุการณ์เดียวกับ “ปรีดี” ที่ลี้ภัยการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ค่ำคืนนั้น พล.ร.ต.ถวัลย์ในฐานะนายกฯ ได้ไปงานเลี้ยงสมาคมนักเรียนเก่าสายปัญญา ที่สวนอัมพร ระหว่างเต้นระบำอยู่บนเวทีมีคนยื่นกระดาษแผ่นหนึ่ง เมื่ออ่านเสร็จเขาก็หายตัวออกจากงานในทันที ก่อนกำลังทหารที่นำโดย ร.อ.ขุนปรีชารณเศรษฐ บุกไปจับตัวที่บ้านพักที่ถนนราชวิถี แต่ก็ไม่อยู่เสียแล้ว และลี้ภัยไปอยู่ที่ฮ่องกงระยะหนึ่ง หลังจากเหตุการณ์ภายในประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ จึงเดินทางกลับประเทศ และถึงอสัญกรรมในวัย 87 ปี

คนที่สี่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม

นายกฯ เจ้าของสมญา “จอมพลกระดูกเหล็ก” ผ่านนาทีเฉียดตายมาหลายครั้ง ทั้งถูกยิง วางยาพิษ และรอดจากการถูกทิ้งระเบิดจมเรือรบหลวงศรีอยุธยาในกบฏแมนฮัตตันซึ่งเขาถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ช่วงปลายของอำนาจ ถูกนายทหารรุ่นน้อง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกให้ยึดอำนาจ จอมพล ป.หลบหนีไปด้วยรถยนต์ข้ามเรือฝ่าคลื่นลมทะเลไปกัมพูชา ก่อนจะลี้ภัยทางการเมืองที่ญี่ปุ่นและจบชีวิตที่นั่น

คนที่ห้า จอมพลถนอม กิตติขจร

ต้องหนีภัยการเมืองเพราะการปราบปรามนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 โดยลาออกจากตำแหน่งนายกฯในวันเดียวกัน ก่อนเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง ลี้ภัยไปที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา พร้อมครอบครัว แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะถูกคนไทยที่นั่นต่อต้าน ก่อนจะมาปักหลักที่สิงคโปร์ พร้อมบวชเป็นเณรกลับไทย เป็นชนวนเหตุ 6 ตุลาคม 2519

คนที่หก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

ถูกคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยึดอำนาจคาเครื่องบิน C130 ที่กำลัง Take off ไปยัง จ.เชียงใหม่ ระหว่างเดินทางไปเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อนำพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ไปถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง รมช.กลาโหม และถูกควบคุมตัวอยู่ 15 วัน จึงได้รับการปล่อยตัวออกมา แล้วไปพำนักอยู่อังกฤษระยะหนึ่ง

คนที่เจ็ด ทักษิณ ชินวัตร

หลังถูกยึดอำนาจข้ามโลกระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ก ในคืน 19 กันยายน 2549 “ทักษิณ” ต้องมีคดีทุจริตติดตัวนับสิบคดี เขาใช้เวลาต่อสู้จนรัฐบาลนอมินีในนามพรรคพลังประชาชนได้สถาปนาอำนาจเป็นรัฐบาล ทำให้เขาได้กลับมากราบแผ่นดินเกิดอีกครั้ง และใช้สิทธิต่อสู้คดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะคดีทุจริตที่ดินรัชดา แต่ระหว่างทางการสู้คดีได้ขออนุญาตศาลเดินทางออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2551 เพื่อไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเพื่อหนีคดี

หลังจากนั้น “ทักษิณ” พยายามส่งสัญญาณถึงผู้มีอำนาจ ขอเจรจาทั้งเรื่องคดีความเพื่อนำไปสู่การกลับเข้าประเทศหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ กลับไทยไม่ได้จนถึงวันนี้

คนที่แปด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกฯ ผู้น้อง หลังใช้เวลาต่อสู้คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว 2 ปี 4 เดือน พอถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ก็ไม่ปรากฏตัวต่อศาล อ้างว่า “น้ำในหูไม่เท่ากัน” ศาลจึงออกหมายจับ ภายหลังมีรายงานระบุว่า “ยิ่งลักษณ์” เดินทางออกนอกประเทศไปกัมพูชา-สิงคโปร์ ดูไบ เป้าหมายสุดท้ายคือลี้ภัยที่อังกฤษ

 
 
 
1 person likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

Posted · Report post

The government turn on green light for her to get out from the country. Police chief Chakthip Chaijinda said that the officers would talk to at least 14 people who reportedly met Yingluck at a hotel in Bangkok before she fled the country.
Police earlier questioned her bodyguards, including Pol Colonel Watanyu Wittayaphalothai, who has provided security to the Shinawatra family’s political office holders since the premiership of Yingluck’s brother Thaksin.
Image may contain: 2 people, people smiling, people standing and suit

Share this post


Link to post
Share on other sites

Posted · Report post

 

ปูหนี
** มุกนี้ไม่ผ่าน!! จุดพลุเส้นทางปูหนีหวังกลบกระแสด่า “รัฐบาล คสช.” แป้กอย่างไม่น่าให้อภัย คนไทยไม่อยากรู้ใครสั่งให้พาหนี แต่อยากรู้ว่า “ใครปล่อย” ให้หนีมากกว่า ถามต่อว่า “พลขับ” พาหนีไม่มีความผิด แล้ว “ด่านทหารกองกำลังบูรพา” ปล่อยให้ผ่าน มีความผิดไหม??

ก็ยังคิดตื้นๆไม่เลิก .. กรณี “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สวมบท “เชอร์ล็อคโฮล์ม” แกะรอย “เส้นทางหนี” ของ “หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำมาซึ่งการควบคุมตัว “นายตำรวจในราชการ” จำนวน 3 นาย .. รายสำคัญคือ ...พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ที่สารภาพว่า เป็นคนขับรถคัมรี่ไปส่ง “อดีตนายกฯปู” พร้อมเลขาฯถึงที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แต่ไม่ได้ส่งข้ามแดน โดยมี “ใครก็ไม่รู้” รับตัวไป ส่วนตัวเองแวะหลับเอาแรง แล้วก็ขับรถกลับ กทม.เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น .. โดยผู้ที่เกี่ยวข้องระดับสูงพยายามทิ้งปมไว้ว่ามี “ใบสั่งพาปูหนี” โยงไปถึง “พล.ต.อ.นอกราชการ” คนหนึ่ง .. ต้องบอกว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่ เรื่อง “ใบสั่ง” ก็แหงแซะอยู่แล้ว อยู่ที่ว่า “ใครสั่ง” เท่านั้น ถ้าเป็น “คนระบอบแม้ว” ก็ตัดจบไปเลยว่า “พี่ษิณ” ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนสั่งให้ “ลิ่วล้อ” พาน้องสาวหนี ส่วนจะเป็นลิ่วล้อคนไหน ถ้าไม่มีความผิดทางอาญา เพราะ “สาวปู” ยังไม่มีหมายจับตามที่อ้างๆกัน ก็ไม่ต้องไปตามดมให้เสียเวลาหรอก .. สงสัยก็แต่เรื่องเล่าจาก “พลขับ” ที่บอกว่า “อดีตนายกฯปู” สวม “หมวกแก๊ป-หน้ากากอนามัยสีดำ” อำพรางตัว อีแบบนี้ไม่น่าจะรอดหูรอดตา “ด่านทหารกองกำลังบูรพา” ไปได้ .. ก็เครื่องเครามาเต็ม แบบเดินตลาดต้องตะครุบตัวเป็น "ผู้ต้องสงสัย" ไว้ก่อน ดูมีพิรุธกว่าหน้าสดเสียอีก .. คำถามมีว่าเมื่อ “ตำรวจในราชการ” ขับรถพา “จำเลยคดีสำคัญ” หนีไม่มีความผิดทางอาญา แล้วการปล่อยปละให้ “จำเลยวีไอพี” ผ่าน “ด่านทหารกองกำลังบูรพา” ในความดูแลของ “บิ๊กบูรพาพยัคฆ์” ที่มีรองนายกฯความมั่นคง อย่าง “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นลูกพี่ใหญ่ ไปได้ แบบนี้มีความผิดหรือไม่ .. ก็แค่สงสัย เพราะผ่านไปร่วมเดือน ยังไม่เห็นทางกองทัพมีแอคชั่น จับ “แพะ” มาบูชายันต์อย่างที่ทางตำรวจเขาทำบ้างเลย .. แล้วก็ต้องขอบอกว่า ถ้าจะจุดพลุให้เป็นประเด็นสร้างกระแสกลบเรื่องเน่าๆของรัฐบาลในยามนี้ หรือพยายามปั้น “นายตำรวจ” มาเป็น "ตัวละครสำคัญ" เพื่อเบี่ยงความเกี่ยวข้องออกจาก “ทหาร” ละก็ต้องย้ำคำเดิมว่า “คนไทยฉลาดพอ” ไม่หลง “ปฏิบัติการข่าวสาร” หรือ “ไอโอบ้องตื้น” แบบนี้หรอกนะท่านนะ .. แต่มันจะยิ่งขยี้ว่ามี "บิ๊กทหาร" เกี่ยวข้อง และส่องให้ "ดีลชินสุวรรณ" ชัดขึ้นต่างหากImage may contain: 1 person, smiling, closeup

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now