Welcome to HmongZa.com
Register now to gain access to all of our features. Once registered and logged in, you will be able to create topics, post replies to existing topics, give reputation to other members, get your own private messenger, post status updates, manage your profile and so much more. This message will be removed once you have signed in.

Nujtxeeg

Senior Consultant
  • Content count

    4,117
  • Joined

  • Last visited


Community Reputation

670 Excellent

About Nujtxeeg

  • Rank
    2nd Boss

Contact Methods

  • Website URL http://

Profile Information

  • Gender Male
  • Interests Hmong king

Recent Profile Visitors


59,346 profile views

Nujtxeeg's Activity

  1. Nujtxeeg added a post in a topic PAJHLI---HMO HLI NRA TSEEM TOS...   


    THIS VALENTINE'S DAY
    I SEND MY HEART
    TO YOU...
    TO SAY...


    NCO KOJ HNUB VALENTINE'S DAY...!
     
    XYOO NOV VALENTINE'S DAY TWB LOS TXOG
    TAB SIS KUV NYOB 1 LEEG TSIS MUAJ KOJ
    ROV NCIG TXOG WB TEJ QUB CHAW TSIS HNOV KOJ LUB SUAB
    ROV TAUG WB TEJ QUB KEV TSIS POM KOJ TUS NTSUJ DUAB...
     
    1 XYOO DHAU LOS KOJ MUS NYOB NOJ LI CAS...?
    KOJ PUAS TSEEM NCO TXOG VALENTINE'S DAY XYOO TAS...?
    KUV PW KOJ NPAB
    KOJ NTXHI RAU KUV TIAS..." KOJ HLUB KUV TSHAJ...! "
     
    VALENTINE'S DAY XYOO NOV TSIS MUAJ KOJ
    TU KUV SIAB KUV TSIS POM QAB NYOB TSIS POM QAB NOJ
    VALENTINE'S DAY XYOO NOV TSIS MUAJ WB
    KHO KUV SIAB LOS KUV TSIS POM QAB MUS NRHIAV KOJ LAWM QHOV TWG...!
     

     
     
     
    • 0
  2. Nujtxeeg added a post in a topic Tuag lawm los tseem tau nom loj ntxiv.   


    TIM NEEG TXOJ KEV ...NTSHAW...NKAUS XWB...
     
    NYOB SAUM NEEJ TSEEM KHWV TSIS TAU TXAUS YAM NTSHAW
    TWB TUAG MUS UA NTSUJ PLIG LAWM LOS TSEEM YUAV YUAV NOM
    MUS NYOB LAWM SAB DAB TEB THIAB...
     
    TXAWM YUAV UA ZAJ TWG LOS YEEJ NQA/COJ TSIS TAU MUS LI LAWM OS...
    POJ NIAM & ME NYUAM LOS COJ TSIS TAU MUS
    VAJ TSEV & TSHEB LOS THIAJ TSIS TAU MUS
    NYIAJ & KUB LOS NQA TSIS TAU MUS
    NOM TSWV & KOOB NPE LOS NPAJ TSIS TAU MUS...
     
    THAUM KAWG TSUAS MUS NYOB 6 FEET UNDER THE GROUND XWB
    TXEEV KHUAB NOM KHUAM TSWV RAU LOS
    YEEJ TSIS MUAJ TXIAJ NTSIM NUJ NQI DAB TSIS LI LAWM OS...
    TSUAS LAM UA YUAV PLHU RAU COV NEEG TUAJ XYUAS LUB NTEES
    XWB OS HMOOB AW...!
     
    TSIM NYOG TSO TSEG LAWM
    TXAWM KUV MUS KOOM LUB NTEES LOS KUV YEEJ TSIS QHUAS KIAG LI...!
     
    TUAG LAWM TSEEM YUAV MUS UA NOM KAV DAB RAU LAWM SAB DAB TEB...
    MUAB VWM DHAU LAWM OS...!
     

    TSEEM YUAV UA NOM MUS KAV COV DAB NYOB THAJ CHAW NOV LOV...?
    TXAUS LUAG DHAU LAWM...!
     
     
    • 0
  3. Nujtxeeg added a post in a topic NUJTXEEG-----PAJHUAM DEDICATIONS, COLLECTIONS, STORIES and MORE.....   


     
    ...BEAUTY...
    BEAUTY CAN COME FROM NATURE OR MAM MADE...
    TRUE BEAUTY MOSTLY WOULD COME FROM NATURE...

    TRUE BEAUTY ONLY LAST FOR A MOMENT IN TIME...
    LIKE A RAINBOW BEFORE OR AFTER A LIGHT RAIN...

    LIKE A PINK PEACH FLOWER DURING THE SPRING SEASON...
    LIKE A RED RIPEN CHERRY IN THE SUMMER DAYS...

    LIKE A COLORFUL BUTTERFLY FROM A CHRYSALIS...
    LIKE A RED SUNRISE IN THE EARLY MORNING BEYOND THE CLOUDY HORIZON...

    LIKE A YELLOW SUNSET IN THE EVENING BEHIND THE DARK MOUNTAINS...
    LIKE A BRIGHT FALLING/SHOOTING STAR IN THE NIGHT...

    LIKE A REFLECTION OF A SHINY MOON IN THE DARK POND AT NIGHT...
    LIKE A GOLDEN FISH IN THE PINK FLOWERY LOTUS POND...

    LIKE THE RISING MIST OF A HIGH WATERFALL...
    LIKE THE BEAUTY OF A YOUNG MAIDEN IN HER BLOSSOM YEARS...
     

     
    BUT MOST OF ALL...
    YOU MUST BE THERE
    AT THE RIGHT MOMENT TO SEE
    AND AT THE RIGHT PLACE TO ENJOY THIS BEAUTY...!
     



     
     
    • 0
  4. Nujtxeeg added a post in a topic NUJTXEEG---MUAJ TXUJ COJ MUS SIV KOM TSIM NUJ---MUAJ TSWV YIM COJ MUS SIV KOM MUAJ TXIAJ NTSIM---FOOD FOR THOUGHTS   

     
    พระนิพพาน คืออะไร...?
    พระนิพพาน จากคำครูอาจารย์
    พระนิพพานบรมสุข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    พระอรหันตเจ้าทั้งหลาย ณ เวลานี้ ทรงสถิตอยู่ ณ ที่ใด 
    บางท่านว่า พระองค์ดับสูญ หมดความนึกคิด ไม่เหลืออะไรเลย
    ความสงสัยนี้ ยากที่ปุถุชน ผู้ศึกษา จะทำให้กระจ่างได้ 
    เว้นแต่พระสงฆ์ผู้มีญาณ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตามพระธรรมคำสั่งสอน จึงพออธิบาย พระนิพพาน ให้กระจ่างได้
    ขอท่านจงเว้นการถกเถียง จนเกิดความหมอง เร่าร้อน ในดวงใจ โปรดจงสงบจิต ตั้งสติ อ่านคำสอนของพระครูอาจารย์ทั้งหลาย
    ที่มีจารึกลงในตำราหรือหนังสือ เป็นหลักฐาน ไว้ชัดเจนแล้ว ใช้ปัญญา พินิจพิจารณา ไม่มีอคติ ใน คำสอนของครูอาจารย์
     พุทธวจนในธรรมบท หมวดมลทิน
    ที่มา: เว็บธรรมไทย 

    โส กโรหิ ทีปมตฺตโน
    ขิปฺปํ วายม ปณฺฑิโต ภว
    นิทฺธนฺตมโล อนงฺคโณ
    ทิพฺพํ อริยภูมิเมหิสิ ฯ ๒๓๖ ฯ

    เธอจงสร้างที่พึ่งแก่ตนเอง
    รีบพยายามขวนขวายหาปัญญาใส่ตัว
    เมื่อเธอหมดมลทิน หมดกิเลสแล้ว
    เธอก็จักเข้าถึงทิพยภูมิของพระอริยะพระนิพพาน จากคำครูอาจารย์ (สรุปย่อ)

    สมเด็จพระญาณสังวร
    สมเด็จพระสังฆราช 
    "พระพุทธเจ้าท่านเพียงไม่มีร่างเหลืออยู่เท่านั้น พระบารมีและคุณธรรมยังอยู่ ทรงเสด็จไปสอนด้วยพระพุทธบารมีได้"
    สมเด็จพระสังฆราช 
    อริยวงศาคตญาณ (แพ ติสูรเทโว)
    "สัตว์โลกยังมีอวิชชาจะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เว้นเมื่อเข้าถึงอสังขตธาตุได้ความบริสุทธ์เป็นนิพพาน จะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอนัตตาทันที แล้วจะเห็นว่าพระนิพพานเป็นอัตตา"
    หลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด) 
    "วิปัสสนาคือให้พิจารณาในทุกสิ่งทุกอย่างว่าเป็นอนัตตา อนัตตาคือการเดินทางไปสู่โลกแห่งนิพพาน โลกเรานี้เป็นโลกแห่งอัตตา"
    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี
    "นิพพาน คือว่างจากกิเลส จิตวิญญาณของพระอรหันต์ไม่สูญ ที่วิญญาณสูญนั่นคือวิญญาณในขันธ์ ๕ เท่านั้น "
    พระเดชพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย ์ สิริจนฺโท จันทร์ 
    "พระนิพพานเป็นพระมหานครอันใหญ่เป็นที่บรมสุขหาที่เปรียบมิได้ อย่าเข้าใจว่าจะไปนิพพานด้วยกำลังกาย"
    พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ 
    "สรณะทั้ง ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มิได้เสื่อมสูญอันตรธานไปไหน ยัง ปรากฏอยู่แก่ผู้ปฏิบัติเข้าถึงอยู่เสมอ ผู้ใดยึดถือเป็นที่พึ่งของตนแล้ว ผู้นั้นจะอยู่ในกลางป่า หรือเรือนว่างก็ตาม สรณะทั้งสามก็ปรากฏแก่เราอยู่ทุกเมื่อ"
    ท่านเจ้าคุณธมฺมวิตกฺโก 

    "ตายแล้วจิตยังติดต่อกันได้"
    หลวงพ่อเกษม เขมโก 

    "พระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ในโลกนี้ท่านอยู่นอกโลก"
    หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ 
    "ส่วนกายพระอรหัต ถ้าถึงพระอรหัตละก็ นิจจัง สุขัง อัตตาแท้ๆ กายธรรมมีขันธ์เหมือนกัน แต่เป็นธรรมขันธ์ ท่านไม่เรียกเบญจขันธ์ เป็นธรรมขันธ์เสียมีธาตุเหมือนกัน เป็นวิราคธาตุ เป็นวิราคธรรมม"
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ 
    "องค์สมเด็จพระบรมครูตรัสว่า ...โมกขราช เรากล่าวว่า นิพพานนั้นหมายถึงกิเลสดับ และขันธ์ ๕ ดับ... พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่า จิตดับ"
    อดีตพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส)
    " พระธรรมกาย ได้เแก่พระกายอันบริสุทธิ์ ไม่สาธารณะแก่เทวา และมนุษย์ หมายถึงจิตที่พ้นจากกิเลสแล้ว เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ไม่สูญสลาย อินทรีย์ของพระอรหันต์ประณีตสุขุม แม้ตาทิพย์ของเทวดาก็มองไม่เห็น"
    หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม 
    "พระ นิพพานมีอยู่ไม่เสื่อมสูญ พระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพานก็มีอยู่ในพระนิพพานนั้นแล ถ้าเราเป็นพระอรหันต์ พระโสดาบันเมื่อไร เมื่อนั้นแหละจึงจะเห็นจะรู้ที่อยู่พระพุทธเจ้า ที่อยู่ของพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย"
    หลวงปู่บุดดา ถาวโร 
    "นิพพานไม่สูญ เป็นแต่อาสวะกิเลสสูญ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม วิบาก มันสูญ แต่ สังคตะธรรม อสังคะธรรม วิราคะธรรมมันไม่ได้หมดไปด้วย"
    หลวงปู่ดูลย์ อตโล 

    "นิพพานเป็นของว่าง ไม่มีตัวมีตน หาที่ตั้งไม่มี หาที่เปรียบไม่ได้ ปฏิบัติไปจึงจะรู้เอง"
    หลวงปู่ขาว อนาลโย 
    " อย่าไปยึดถือมัน ก็จิตนั่นแหละมันถือว่าตัวกู อยู่เดี๋ยวนี้ก็ดี เราถือว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง ก็แม่นจิตนั้นแหละ เป็นผู้ว่า มันไม่มีตนมีตัวดอก แล้วพระพุทธเจ้าว่าให้วางเสียให้ดับวิญญาณเสีย ครั้นดับวิญญาณแล้ว ไม่ไปก่อภพก่อชาติอีก ก็นั่นแหละพระนิพพาน"
    หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ 
    "พระนิพพานอุปมาขนาดเท่าเส้นผม ผู้ที่จะผ่านพ้นในขั้นสุดท้ายไปได้หรอืไม่ได้อยู่เพียงนิดเดียวในการทำจิตตัดจุดนี้ได้หรือไม่เท่านั้น พระ พุทธเจ้าตอนที่ท่านจะปรินิพพาน ท่านได้ปรินิพพานไประหว่างรูปฌานและอรูปฌาน เป็นการดับขันธ์ด้วยความบริสุทธิ์เหนือสมมติโดยสิ้นเชิง"
    หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน 
    "ดวงจิตนี้ไม่เคยสูญ แดนพระนิพพานมีจริง หลวงปู่มั่นเล่าว่า พระพุทธเจ้าหลายพระองค์
    เสด็จมาเยี่ยมท่าน"
    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม 
    "นิพพานไม่ได้สูญ ไม่ได้อยู่ตามที่โลกคาดคะเนหรือเดากัน ทำจริงจะได้เห็นของจริง รู้จริง และจะเห็นนิพพานเอง เห็นพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านบริสุทธิ์เอง และหายสงสัยโดยประการทั้งปวง"
    พระเทพสิทธิมุนี
    (พระอาจารย์โชฎก ญาณสิทธิ)
    " พระอรหันต์มี ความว่างจากตัวตน-ของตน โดยสิ้นเชิง มีอิสระเหนือทุกอย่าง ที่เรียกว่า "ว่าง" นี้ คือไม่ใช่ว่างชนิดที่เขาพูดกันว่า เช่นว่า จิตนึกคิดอะไรไม่ได้ กายก็แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ แต่ที่ถูกนั้นเป็นความว่างจากกิเลส ว่างที่เฉลียวฉลาดที่สุด"
    หลวงปู่อ่ำ พระราชกวี (อ่ำ ธมฺมทตฺโต) 
    "พระพุทธกัสสป เมื่อดับขันธ์ปรินิพพาน เข้าเมืองแสงใส ซึ่งก็คือเมืองแก้วแสงใส ชื่อ ไทยนี้ คนไทยคงเรียก นิพพาน มานานแล้ว ปราชญ์บัณฑิตโบราณาจารย์จึงกล่าวเสมอๆ เช่น ถึงเมืองแก้ว อันกล่าวแล้ว คือ อมตมหานครนฤพาน ดังใน มหาเวสสันดรเทศนา กุมารกัณฑ์"
    พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ 
    (หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา) 
    " นิพพานเป็นแดนแห่งความมั่นเที่ยง นิพพานแล้วเป็นสุข นิพพานมีสาระเป็นแก่นสาร นิพพานมีความเป็นสุขอย่างยิ่ง พระนิพพานไม่ใช่อัตตา พระนิพพานเป็นปัจจัตตัง"
    หลวงปู่ฝั้น อาจาโร 
    "จิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตกของทำลาย แลไม่ใช่ของสูญหาย พระพุทธเจ้าสอนให้จิตมันเที่ยง เหมือนพระนิพพานเป็นของเที่ยง ไม่แปรผัน ยักย้าย สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็ฯทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ "
    หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
    " สูญในพระนิพพานมีขอบเขตสูญจากกิเลสเท่านั้น รส ของพระนิพพานมีอยู่ พระนิพพาน ไม่เกิดไม่ดับไปไหน เป็นอนัตตาธรรม เราจะเอาพระนิพพานมาเป็นอนัตตา เหมือนขันธ์ ๕ และกิเลสทั้งหลายมันก็ไม่ถูก เรียกว่าแยกอนัตตาธรรมไม่ถูก"
    หลวงปู่ลี ธมมฺโร วัดอโศการาม
    " โลกนิพพาน ไม่มีทั้งเกิด ไม่มีทั้งตาย กายเป็นของสูญ จิตเป็นของไม่สูญ ไม่ตาย จิตที่ดับจากกาย ย่อมหายไป เหมือนกับไฟที่ดับจากเทียน"
    พระนาคเสน มหาเถระ
    ผู้ตอบปัญหาพระเจ้ามิลินทราชา
    " ผู้ที่ยังไม่ได้นิพพานก็รู้ว่านิพพานเป็นสุข เพราะได้ยินเสียงพวกได้นิพพาน.....พระ พุทธเจ้ามีจริง แต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน เหมือนเปลวไฟที่ดับแล้วก็ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน อาจชี้ได้เพียงพระธรรมกาย ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น.........นิพพานเป็นของต้องรู้ด้วยใจ พระอริยสาวกผู้ปฏิบัติชอบแล้วย่อมได้เห็นนิพพาน ด้วยใจอันบริสุทธิ์ อันสงบประณีต อันเที่ยงตรง ไม่มีเครื่องกั้นกาง อันไม่มีอามิส"
    ไตรภูมิพระร่วง ของพญาลิไท 
    "พระพุทธเจ้าแลพระองค์ ๆ โปรดเทพยดามนุษย์ทั้งหลายเข้าสู่นิพพาน ผิวคณนาได้ ๒๔ อสงไขยแล ๑๑๖๐ โกฏิก็มี มิก ๑๐๖,๖๖๖ คนเป็นกำไรโสดเถิงนครนิพพานอันประเสริฐยิ่ง ภูมิทั้งหลาย ๓ นี้แล ฯ ทั้งอนันตจักรวาฬอันเป็นเอกาทสกจบโดยสังเขปแล ฯ ผู้ใดจะเถิงแก่มหานคยนิพพานบมิรู้ฉิบหาย บมิรู้แปรปรวนไปม "  
    พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ สันติอโสก.... จิตของพระพุทธเจ้า ของพระอรหันต์ นั้นจะสูญสลายเมื่อนิพพานแล้ว ใครเข้าใจว่าจิตแม้จะถึงนิพพานแล้วก็ยังคงมีจิต ยังไม่สูญ ถือว่าเข้าใจเพี้ยน ใครเข้าพระพุทธเจ้าหลังปรินิพพานมีจิตมีวิญญาณมีอำนาจบันดลบันดาล ถือว่าไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ.......

    พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต) ......ในพระไตรปิฎกมีแต่ระบุลงไปว่านิพพานเป็นอนัตตา นิพพานไม่ใช่อัตตา......

    หลวงปู่พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย นครปฐม ....... นิพพานไม่ใช่เป็นบ้านเป็นเมือง นิพพานไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน นิพพานของพระพุทธเจ้าไม่มีตัวตน เพราะฉะนั้นคำว่ามีแก้วใสผลึกมันก็ยังเป็นอัตตามีตัวตน เป็นเพียงแค่สภาวะชั้นพรหมเท่านั้นไม่ใช่นิพพาน ........

    ท่านพุทธทาสภิกขุ ..... การเชื่อว่า วิญญาญหรือจิตของพระพุทธองค์เป็นอมตะ คอยเฝ้าดูพวกเราหรือโลกอยู่มาจนบัดนี้นั้นเป็นของขบขันเหลือเกิน ความเชื่อว่าจิตหรือวิญญาณของพระพุทธองค์ยังเหลืออยู่เป็นความเชื่อที่ขวาง กับหลักธรรมะและเหตุผลทั่วไปอย่างรุนแรง..... 

     
    พระนิพพาน จากคำครูอาจารย์


        พระพุทธเจ้าท่านเพียงไม่มีร่างเหลืออยู่เท่านั้น พระบารมีและคุณธรรมยังอยู่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

               (ยมกสูตร) มีผู้หลงว่า พระอรหันต์ตายแล้วสูญ พระพุทธเจ้าจึงตอบว่า ขันธิ์ 5 ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์ ดังนั้น พระอรหันต์ตายแล้วไม่สูญ แต่ไม่ควรถามว่าตายแล้วไปไหน เหมือนกับไฟดับแล้ว ก็ไม่ควรบอกว่าไฟสูญหรือถามว่าไฟดับแล้วไปไหน.....
    อ่านเพิ่มเติมที่ หนังสือ ๔๕ พรรษา ของพระพุทธเจ้า หน้า 125-126 พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2532 ครั้งที่ 1 ปี 2510
               พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วไม่ได้หายไปไหน พระพุทธบารมียังปกปักรักษาโลกอยู่ คน ในโลกยังรับพระพุทธบารมีได้ มิได้แตกต่างไปจากเมื่อยังทรงดำรงพระชนม์อยู่ เพียงแต่ว่าจำเป็นต้องเปิดใจออกรับ มิฉะนั้นก็จะรับไม่ได้ พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ไม่ทรงเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสารอีกต่อไป แต่พระพุทธบารมียังพรั่งพร้อม พระอาจารย์สำคัญองค์หนึ่งท่านเล่าไว้ว่าเมื่อท่านปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น อยู่ในป่าดงพงพีนั้น พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปทรงสอนท่านด้วยพระพุทธบารมีเสมอ แล้ว ท่านพระอาจารย์องค์นั้น ต่อมาก็เป็นที่ศรัทธาเคารพของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ที่เชื่อมั่นว่าท่านปฏิบัติถึงจุดหมายปลายทางแล้ว พระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ด้วยพระพุทธบารมีได้ เสด็จไปทรงแสดงธรรมโปรดพระอาจารย์องค์สำคัญให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ ไม่มีอะไรให้สงสัยว่าเป็นสิ่งสุดวิสัย เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรื่องของท่านพระโมคคัลลาน์เป็นเครื่องให้ความเข้าใจอย่างกระจ่างแจ่มชัดว่าพระ พุทธเจ้าก็ดี พระอรหันตเจ้าก็ดี แม้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ท่านก็เพียงไม่มีร่างเหลืออยู่เท่านั้น บารมีและคุณธรรมทั้งปวงของท่านยังพรั่งพร้อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง......

    อ่านเพิ่มเติมที่ หนังสือ ชีวิตนี้สำคัญนัก 
     ไตรภูมิพระร่วง ของพญาลิไท 
    ทรงนิพนธ์เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ระกาศก ศักราชได้ ๒๓

    พระพุทธเจ้าแลพระองค์ ๆ โปรดเทพยดามนุษย์ทั้งหลายเข้าสู่นิพพาน ผิวคณนาได้ ๒๔ อสงไขยแล ๑๑๖๐ โกฏิก็มี มิก ๑๐๖,๖๖๖ คนเป็นกำไรโสดเถิงนครนิพพานอันประเสริฐยิ่งภูมิทั้งหลาย ๓ นี้แล ฯ ทั้งอนันตจักรวาฬอันเป็นเอกาทสกจบโดยสังเขปแล ฯ ผู้ใดจะเถิงแก่มหานคยนิพพานบมิรู้ฉิบหาย บมิรู้แปรปรวนไปมา แลฝูงสัตว์ทงหลายอยู่ในไตรภูมินี้แล ฯ กล่าวเถิงไตรภูมิกถามมหานิพพานแล ฯ

    เพิ่มเติมที่ พระนิพนธ์เรื่องไตรภูมิพระร่วง ฉบับพญาลิไท กล่าวถึงกามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ 
    และส่วนท้ายของหนังสือกล่าวถึงแดนพระนิพพาน (ข้อมูลจาก pantip.com) 
    สมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์ หลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด) 
    พระเถระสมัยกรุงศรีอยุธยา

    พุทธะ อยู่ในกายมนุษย์

    อีกจุดหนึ่งที่มนุษย์ไม่ยอมสนใจ คือไม่สนใจค้นในกายของตนเอง สิ่งหนึ่งที่เรียกว่า พุทธะ นั้นอยู่ในกาย ถ้าจิตของผู้นั้นสามารถค้นเข้าไปถึงกายในกายอันบริสุทธิ์ สิ่งนี้ภาษาทางโลกเรียกว่า พลัง ชนิด หนึ่งที่ยอดเยี่ยมอยู่ในตัวเรา แต่เราไม่รู้จักค้นออกมาใช้ เพราะอะไรเล่า ทำไมเราจึงถามว่าเหตุใดองค์สมณะโคดมจึงสามารถระลึกชาติได้ เพราะมีบุพเพนิาสานุสติกญาณ มีอนาคตญาณ หรือมีญาณอะไร สิ่งเหล่านี้เราไม่ต้องไปรับรู้ เราไม่ต้องยุ่ง เราไม่ต้องไปคิดถึงว่าเราจะได้ฌานโน้นฌานนี้ หลักของการปฏิบัติอันหนึ่งมีอยู่ว่า เราจะยึดอะไรเป็นสรณะของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

    คำว่า กรรมฐาน นั้น หมายถึงการกำหนดจิตของเราให้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อรวมพลังจิตไม่ให้ฟุ้ง เมื่อรวมพลังจิตอันนั้นไม่ให้ฟุ้งแล้ว รวมอยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง รวมจนได้อารมณ์แห่งปีติ คือนิ่งเฉยแห่งจุดนั้น เมื่อนั้นให้ขึ้นวิปัสสนา วิปัสสนาคือให้พิจารณาในทุกสิ่งทุกอย่างว่าเป็นอนัตตา อนัตตาคือการเดินทางไปสู่โลกแห่งนิพพาน โลกแห่งอรหันต์ โลกแห่งโพธิสัตว์ โลกแห่งอนาคา อนาคามี โลกเรานี้เป็นโลกแห่งอัตตา ทำอย่างไรเราถึงจะไปสู่จุดแห่งการเป็นอนัตตาได้ 

    เพิ่ม เติม หนังสือ ประวัติสังเขป พระโพธิสัตว์ หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พิมพ์ครั้งที่ ๑ ปี 2536 บ.เคล็ดไทย จำกัด จำหน่าย (ที่คัดมาหน้า 135-136) 


    นิพพาน คือว่างจากกิเลส จิตวิญญาณของพระอรหันต์ไม่สูญ ที่วิญญาณสูญนั่นคือวิญญาณในขันธ์ ๕ เท่านั้น 


    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) กับ เสด็จพ่อ ร.๕สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี

    (คัดจากหน้า 41-43) 
    ขุนราชฤทธิ์บริรักษ์ (ถาม) : อัน ว่านิพพาน ปรมัง สุญญัง เป็นอันว่านิพพานเป็นสูญอย่างยิ่ง คือหมายความว่าสูญเลย คำว่าสูญเลยเป็นที่สงสัยอย่างเกล้ากระผมซึ่งมีกิเลสหนา คำว่าสูญเลยตามตำราบอกว่าขันธ์นั่นสูญ รูปขันธ์ก็หายไป วิญญาณขันธ์ก็หายไป แล้วสังขารขันธ์ก็หายหมด ทีนี้เกล้ากระผมไม่ทราบว่าอะไรเหลือ เมื่ออะไรมันหายหมด เพราะนิพพาน ปรมัง สุญญัง นี่ เพราะฉะนั้นในฐานะพระเดชพระคุณสมเดจเป็นนักปราชญ์ผู้มีความเปรื่องในธรรม โปรดได้อธิบายให้เกล้ากระผมเพื่อเป็นแนวทางซักหน่อย ก็จะเป็นพระคุณและได้บุญกับสาธุชนผู้ที่นั่งฟังอีกด้วยเป็นอย่างมาก

    สมเด็จ (ตอบ) : คำว่า นิพพาน นี้ ต้องเข้าใจว่ามีหลักแห่งความจริงของคำว่า นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานัง ปรมัง สุญญัง ถ้าในหลักแห่งความจริงของพระสัมมาสัมพุทธโคดมแล้ว คำว่า นิพพาน ในโลกมนุษย์นี้ ก็คือว่า มนุษย์ผู้ใดปฏิบัติตนให้อยู่ในจิตแห่งความว่าง ให้อยู่ในจิตแห่งความนิ่ง ให้อยู่ในจิตแห่งความสิ้นจากสรรพกิเลสที่รอบล้อมอยู่ในตัว เขาเรียกว่า ....ใจกลางแห่งนิพพานตั้งอยู่เมือง
    รอบล้อมต่อเนื่องกำแพงอันแสนหนา
    ผู้ใดหาทางทะลุอยู่ในเมือง
    มนุษย์ผู้นั้นย่อมถึงนิพพานนิพพาน ในโลกมนุษย์นี้เขาเรียกว่าปฏิบัติจิตให้ว่างที่สุด นานเท่านาน ผู้นั้นถึงนิพพานแห่งการเป็นมนุษย์ คือ สุญญัง นี้แหละเขาเรียกว่าสูญจากอาสวกิเลส สูญจากการป็นทาสอารมณ์แห่งการเป็นมนุษย์ จิตวิญญาณนี้พุ่งสู่แดนอรหันต์ ไม่ใช่สูญทั้งจิตและวิญญาณ ถ้าสูญทั้งจิตและวิญญาณ จะเอาอะไรไปเสวยกรรม สภาพการณ์วิญญาณที่สูญนั้นเขาเรียกว่า วิญญาณธาตุในเบญจขันธ์วิญญาธาตุนี้เป็นอุปาทาน รูปนี้ประกอบขึ้นด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ วิญญาณธาตุจึงอยู่เป็นกาย แต่วิญญาณอีกอันหนึ่งเขาเรียกว่าวิญญาณซึ่งวนเวียนอยู่ในกฏแห่งวิฏสงสารนั้นแหล่ 

    (คัดจากหน้า 61-62) 
    เรื่อง วิญญาณนี้เป็นเรื่องละเอียด ในหลักการแห่งวิญญาณของเทพพรหมชั้นสูงนั้น เปรียบเสมือนหนึ่งในหลักทั่วไปของมนุษย์ ก็คือว่าเป็นอากาศ สภาวการณ์ท่านรู้ว่ามีอากาศ แต่ท่านไม่สามารถจับอากาศขึ้นมาเป็นตัวตนได้ นั่นคือสภาวะของวิญญาณเทพพรหมชั้นสูง

    ทีนี้วิญญาณเหล่าวิสุทธิเทพ วิญญาณเหล่าพรหมสุทธาวาส วิญญาณเหล่าอรหันต์ จะ เปรียบให้เข้าใจในโลกมนุษย์นี้จะเปรียบเป็นอะไรเล่า อันนี้อาตมาภาพขอแถลงไขเปรียบเสมือนหนึ่งว่าวิญญาณเหล่านี้เป็นวิญญาณ ละเอียด สภาวการ์แห่งการเป็นวิญญาณละเอียดเหล่านี้ไซร้ ท่านจะต้องฝึกสมาธิใช้จิตสัมผัสเหสมือนหนี่งเปรียบคือ ลม ท่านลองโบก มือดูสิ ว่ามีลมไหม เมื่อท่านโบกมือย่อมเกิดลม นักวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่าเป็นชั้นด็อกเตอร์ก็ยังไม่สามารถเอาหน้าลมออกมาตี แผ่ให้มนุษย์ดูได้ ทั้งๆ ที่มนุษย์ทุกคนยอมรับว่ามีลม เพราะฉะนั้นวิญญาณแห่งวิสุทธิเทพ วิญญาณแห่งเทพพรหมชั้นสูง วิญญาณแห่งอรหันต์ จึงเปรียบง่ายๆ เป็นภาษามนุษย์ว่า ลม

    ทีนี้วิญญาณ เหล่าอมรมนุษย์ วิญญาณเหล่าผีเปรต อสรุกาย วิญญาณเหล่าเจ้าที่เจ้าทงเหล่านี้ วิญญาณจำพวกนี้ยังมีกายหยาบ ฉะนั้นต้องเข้าใว่า เมื่อท่านสิ้นจากโลกมนุษย์นี้แล้วไซร้ ท่านจะต้องไปเกิดในปรภพแห่งการเสวยกรรมวิบากที่ไม่เหมือนกัน เพราะต่างกรรมต่างวาระ ต่างคนต่างสร้างมาไม่เหมือนกัน ทีนี้สภาวการณ์แห่งการสร้างกรรมไม่เหมือนกันก็คือว่าท่านที่สิ้นจากโลก มนุษย์ก็ยังเป็นวิญญาณปุตุนั้นก็จะเป็นกายหยาบหลุดออกจากกายเนื้อ ทีนี้ถ้าท่านบำเพ็ญในหลักแห่งวิสุทธิมรรค แห่งการเป็นพระอรหันต์ แห่งการเป็นพระพรหมสุทธาวาสแล้วไซร็ ท่านต้องละลายกายทิพย์เหลือแต่วิญญาณ ที นี้วิญญาณแห่งกายที่มีกายหยาบเหล่านี้แหล่ ที่บางครั้งสามารถปรับในการรวมกระแสแห่งอำนาจที่ตนมีเป็นกายเป็นรูปร่างให้ มนุษย์เห็นได้เป็นบางครั้งบางคราว

    ทีนี้ปัญหาเหล่านี้ ท่านจะถึงหลักแห่งการถึงโลกอีกโลกหึ่ง แห่งโลกทิพยอำนาจนี้ ท่านจะไปได้อย่างไรเล่า ภาวการณ์แห่งการที่จะท่านจะไปโลกเหล่านี้ได้แล้วไซร้ ท่านจะต้องบำเพ็ญในด้านจิตวิญญาณ ตามที่องค์สัมมาสัมพุทธโคดมวางในหลักการให้เราเหล่านุษย์ทั้งหลายเจริญรอยตามท่าน ก็คือว่ามี ศีล สมาธิ ปัญญา 

    หนังสือ ธรรมะ จากดวงวิญญาณบริสุทธ์ สมเด็จโต ชุด ของดีที่คนมองข้าม พระปัญญาวรคุณ วัดพนาสนฑ์ จ.นราธิวาส รวบรวม พิมพ์ครั้งที่ ๗ ปี 2536 บ.เคล็ดไทย จำกัด จัดจำหน่าย 

    บุคคลผู้ไม่รู้แจ้งในพระนิพพานไม่ควรสั่งสอนพระนิพพานแก่ผู้อื่น ถ้าขึ้นสั่งสอนก็จะพาหลงทาง เป็นบาปกรรมแก่ตนพระเดชพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย ์( สิริจนฺโท จันทร์ )

               .... อันตัวที่ไม่ตายนั้นท่านให้ชื่อว่าโพธิสัตว์ พึงสันนิษฐานได้ว่าสัตว์นั้นแลคือตัวเรา เป็นผู้ไม่ตายเหมือนอย่างพระอริยเจ้ามีพระพุทธเจ้าเป็นต้น เมื่อได้สำเร็จพระอรหัตตผลแล้ว ก็เป็นอันได้สำเร็จพระนิพพาน เมื่อท่านสำเร็จพระนิพพานแล้ว สัตว์ที่ตรัสรู้ที่ไม่เคยตายนั้น ก็ยังอยู่ไม่สูญไปข้างไหน สูญแต่กิเลสเครื่องก่อภพก่อชาติเท่านั้นเอง จึงพอสันนิษฐานเห็นได้ว่า พระนิพพานไม่สูญอย่างเอก แต่การที่จักทำให้สำเร็จ ต้องฝ่าฝืนอำนาจของพระยามาร ....

    เพิ่ม เติมที่ แสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์ที่ 8 เรื่องมงคลกถา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2470 ในหนังสือพระธรรมเทศนา มงคลกถา 38 ธรรมวิจยานุศาสน์ คิริมานนทสูตร พร้อมด้วยอธาตุ ชุดพิเศษ เล่มที่ 5 หน้า 96-97

    ......บุคคล ผู้มิได้พ้นจากิเลส ราคะ ตัณหา นั้นจะทำบุญให้ทานสร้างกุศลอย่างแข็งแรงเท่าใดก็ดี ก็จักได้เสวยความสุขในมนุษย์โลกแลเทวดาโลกเพียงเท่านั้น ที่จะได้เสวยความสุขในพระนิพพานนั้นเป็นอันไม่ได้ เลย ถ้าจะประสงค์ต่อพระนิพพานแท้ให้โกนเกล้เข้าบวชในพระศาสนา ในว่าบุรุษหญิงชายถ้าทำได้อย่างนี้ชื่อว่าปฏิบัติใกล้ต่อพระนิพพาน เพราะว่าเมืองพระนิพพานนั้นปราศจากกิเลสตัณหา เมืองมนุษย์แลเมืองสวรรค์เป็นที่ซึ่งทรงไว้กิเลสตัณหา ไม่เหมือนเมืองพระนิพพาน........นิพฺพานํ นครํ นาม อันชื่อว่าเมืองพระนิพพาน ย่อมตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลก โลกมีทีสุดเพียงใด พระนิพพานก็ตั้งอยู่ที่สุดนั้น พระนิพพานเป็นพระมหานครอันใหญ่เป็นที่บรมสุขหาที่เปรียบมิได้ อย่า เข้าใจว่าจะไปนิพพานด้วยกำลังกาย หรือกำลังพาหนะมียานช้างม้าได้ อย่าเข้าใจว่านิพพานตั้งอยู่ในทีสุดโลกเหล่านั้น อย่าเข้าใจว่าตั้งอยู่ที่ใดเลย แต้ว่าพระนิพพานนั้นหากมีอยู่ในที่สุดของโลกเป็ของจริง ไม่ต้องสงสัย ให้ท่านทั้งหลายศึกษาให้เห็นโลกรู้โลกเสียให้ชัดเจน ก็จักเห็นพระนิพพาน พระนิพพานก็หากตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลกนั่นเอง

    ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือ คิริมานนทสูตร และ อัตตปวัตติ หน้า ๑๐-๑๒ ISBN974-8239-69-1 สนพ.ดวงแก้ว 


    สรณะทั้ง ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มิได้เสื่อมสูญอันตรธานไปไหน ยัง ปรากฏอยู่แก่ผู้ปฏิบัติเข้าถึงอยู่เสมอ ผู้ใดยึดถือเป็นที่พึ่งของตนแล้ว ผู้นั้นจะอยู่ในกลางป่า หรือเรือนว่างก็ตาม สรณะทั้งสามก็ปรากฏแก่เราอยู่ทุกเมื่อ 


    พระอัฐิธาตุหลวงปู่มั่น พระเดชพระคุณพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ

    ๑๓. วิสุทธิเทวาเท่านั้นเป็นสันตบุคคลแท้ 
               อกุปฺปํ สพฺพธมฺเมสุ เญยฺยธมฺมา ปเวสฺสนฺโต บุคคลผู้มีจิตไม่กำเริบในกิเลสทั้งปวง รู้ธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นพหิทธาธรรม ทั้งที่เป็น อัชฌัตติกาธรรม สนฺโต จึงเป็นผู้สงบระงับ สันตบุคคลเช่นนี้แลที่จะบริบูรณ์ด้วยหิริโอตตัปปะ มีธรรมบริสุทธิ์สะอาด มีใจมั่นคงเป็นสัตบุรุษผู้ทรงเทวธรรมตามความในพระคาถาว่า หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา สุกฺกธมฺมสมาหิตา สนฺโต สปฺปุริสา โลเก เทวธมฺมาติ วุจฺจเร อุปัตติเทวา ผู้พรั่งพร้อมด้วยกามคุณ วุ่นวายอยู่ด้วยกิเลส เหตุไฉนจึงจะเป็นสันตบุคคลได้ ความในพระคาถานี้ย่อมต้องหมายถึง วิสุทธิเทวา คือพระอรหันต์แน่นอนท่านผู้เช่นนั้นเป็นสันตบุคคลแท้ สมควรจะเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยหิริโอตตัปปะ และ สุกฺกธรรม คือ ความบริสุทธิ์แท้ 

    ๑๔. อกิริยาเป็นที่สุดในโลก - สุดสมมติบัญญัติ 
               สจฺจานํ จตุโร ปทา ขีณาสวา ชุติมนฺโต เต โลเก ปรินิพฺพุตา สัจธรรมทั้ง ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ยังเป็นกิริยา เพราะแต่ละสัจจะๆ ย่อมมีอาการต้องทำคือ ทุกข์-ต้องกำหนดรู้ สมุทัย-ต้องละ นิโรธ-ต้องทำให้แจ้ง มรรค-ต้องเจริญให้มาก ดังนี้ล้วนเป็นอาการที่จะต้องทำทั้งหมด ถ้าเป็นอาการที่จะต้องทำ ก็ต้องเป็นกิริยาเพราะเหตุนั้นจึงรวมความได้ว่าสัจจะทั้ง ๔ เป็นกิริยา จึงสมกับบาทคาถาข้างต้นนั้น ความว่าสัจจะทั้ง ๔ เป็นเท้าหรือเป็นเครื่องเหยียบก้าวขึ้นไป หรือก้าวขึ้นไป ๔ พักจึงจะเสร็จกิจ ต่อจากนั้นไปจึงเรียกว่า อกิริยา อุปมา ดังเขียนเลข ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๐ แล้วลบ ๑ ถึง ๙ ทิ้งเสีย เหลือแต่ ๐ (ศูนย์) ไม่เขียนอีกต่อไป คงอ่านว่า ศูนย์ แต่ไม่มีค่าอะไรเลย จะนำไปบวกลบคูณหารกับเลขจำนวนใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น แต่จะปฏิเสธว่าไม่มีหาได้ไม่ เพราะปรากฏอยู่ว่า ๐ (ศูนย์) นี่ แหละ คือปัญญารอบรู้ เพราะลายกิริยา คือ ความสมมติ หรือว่าลบสมมติลงเสียจนหมดสิ้น ไม่เข้าไปยึดถือสมมติทั้งหลาย คำว่าลบ คือทำลายกิริยา กล่าวคือ ความสมมติ มีปัญหาสอดขึ้นมาว่า เมื่อทำลายสมมติหมดแล้วจะไปอยู่ที่ไหน? แก้ว่า ไปอยู่ในที่ไม่สมมติ คือ อกิริยา นั่นเอง เนื้อความตอนนี้เป็นการอธิบายตามอาการของความจริง ซึ่งประจักษ์แก่ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะ อันผู้ไม่ปฏิบัติหาอาจรู้ได้ไม่ ต่อเมื่อไรฟังแล้วทำตามจนรู้เองเห็นเองนั่นแลจึงจะเข้าใจได้ ความแห่ง ๒ บาทคาถาต่อไปว่า พระขีณาสวเจ้าทั้งหลายดับโลกสามรุ่งโรจน์อยู่ คือทำการพิจารณาบำเพ็ยเพียรเป็น ภาวิโต พหุลีกโต คือทำให้มาก เจริญให้มาก จนจิตมีกำลังสามารถพิจารณาสมมติทั้งหลายทำลายสมมติทั้งหลายลงไปได้จนเป็น อกิริยาก็ย่อมดับโลกสามได้ การดับโลกสามนั้น ท่านขีณาสวเจ้าทั้งหลายมิได้เหาะขึ้นไปนกามโลก รูปโลก อรูปโลกเลยทีเดียว คงอยู่กับที่นั่นเอง แม้พระบรมศาสดาของเราก็เช่นเดียวกัน พระองค์ประทับนั่งอยู่ ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์แห่งเดียวกัน เมื่อจะดับโลกสาม ก็มิได้เหาะขึ้นไปในโลกสาม คงดับอยู่ที่จิต ทิ่จิตนั้นเองเป็นโลกสาม ฉะนั้น ท่านผู้ต้องการดับโลกสาม พึงดับที่จิตของตนๆ จึงทำลายกิริยา คือตัวสมมติหมดสิ้นจากจิต 
    ยังเหลือแต่อกิริยา เป็นฐีติจิต ฐีติธรรมอันไม่รู้จักตาย ฉะนี้แล 

    ๑๕. สัตตาวาส ๙ 
               เทวาพิภพ มนุสสโลก อบายโลก จัดเป็นกามโลก ที่อยู่อาศัยของสัตว์เสพกามรวมเป็น ๑ รูปโลก ที่อยู่อาศัยของสัตว์ผู้สำเร็จรูปฌานมี ๔ อรูปโลก ที่อยู่อาศัยของสัตว์ผู้สำเร็จอรูปฌานมี ๔ รวมทั้งสิ้น ๙ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ ผู้มารู้เท่าสัตตาวาส ๙ กล่าวคือ พระขีณาสวเจ้าทั้งหลาย ย่อมจากที่อยู่ของสัตว์ ไม่ต้องอยู่ในที่ ๙ แห่งนี้ และปรากฏในสามเณรปัญหาข้อสุดท้ายว่า ทส นาม กึ อะไรชื่อว่า ๑๐ แก้ว่า ทสหงฺ เคหิ สมนฺนาคโต พระขีณาสวเจ้าผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ ย่อมพ้นจากสัตตาวาส ๙ ความข้อนี้คงเปรียบได้กับการเขียนเลข ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๐ นั่นเอง ๑ ถึง ๙ เป็นจำนวนที่นับได้ อ่านได้ บวกลบคูณหารกันได้ ส่วน ๑๐ ก็คือ เลข ๑ กับ ๐ (ศูนย์) เราจะเอา ๐ (ศูนย์) ไปบวกลบคูณหารกับเลขจำนวนใดๆ ก็ไม่ทำให้เลขจำนวนนั้นมีค่าสูงขึ้น และ ๐ (ศูนย์) นี้เมื่ออยู่โดยลำพังก็ไม่มีค่าอะไร แต่จะว่าไม่มีก็ไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งปรากฏอยู่ ความเปรียบนี้ฉันใด จิตใจก็ฉันนั้นเป็นธรรมชาติ มีลักษณะเหมือน ๐ (ศูนย์) เมื่อ นำไปต่อเข้ากับเลขตัวใด ย่อมทำให้เลขตัวนั้นเพิ่มค่าขึ้นอีกมาก เช่น เลข ๑ เมื่อเอาศูนย์ต่อเข้า ก็กลายเป็น ๑๐ (สิบ) จิตใจเรานี้ก็เหมือนกัน เมื่อต่อเข้ากับสิ่งทั้งหลายก็เป็นของวิจิตรพิสดารมากมายขึ้นทันที แต่เมื่อได้รับการฝึกฝนอบรมจนฉลาดรอบรู้สรรพเญยฺยธรรมแล้วย่อมกลับคืนสู่ สภาพ ๐ (ศูนย์) คือ ว่างโปร่งพ้นจากการนับการอ่านแล้ว มิได้อยู่ในที่ ๙ แห่งอันเป็นที่อยู่ของสัตว์ แต่อยู่ในที่หมดสมมติบัญญัติคือ สภาพ ๐ (ศูนย์) หรืออกิริยาดังกล่าวในข้อ ๑๔ นั่นเอง 

    ดูเพิ่มเติมที่หนังสือมุตโตทัย 
    หลวงพ่อ วัดปากน้ำภาษีเจริญ (พระมงคลเทพมุณี สด)

               ...... รูปทั้งหลายนั้นไม่ว่าประณีตสวยงามหรือไม่ ก็มาลงเอยที่อนิจจาด้วยกันทั้งสิ้น คือตายหมดไม่เหลือ ย่อมเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ มีแต่ความไม่เที่ยง เมื่อไม่เที่ยงก็ต้องทุกข์ทั้งนั้น การที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าอะไรๆ ไม่เที่ยงนั้น จุดประสงค์คือจะให้เข้าถึง กายธรรม นอกจากกายธรรมแล้ว จะเป็นกายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม เหล่านี้ต่างเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาทั้งนั้น คือต้องเวียนว่ายอยู่ในภพทั้ง ๓ ต่อเมื่อเข้าถึงกายธรรม จึงเป็นของเที่ยงเป็นสุขเป็นตัวตนทันที .....

    ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือรู้ตรึกรู้นึกรู้คิด หน้า98 (หาซื้อได้ที่ร้านแพร่พิทยา) 

               ......"นิพพานอยู่ข้างบน สูงจากภพ 3 โตเท่าภพ 3 นี่ สว่างเป็นแก้วไปหมดทั้งนั้น งดงามมาก โตเท่าภพ 3 นี่" .....

    จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "โอวาทปาฏิโมกข์" 20 ตุลาคม 2497 ดูเพิ่มเติม 



    หลวงพ่อ กับ หลวงปู่บุดดา


    หลวงพ่อ กับ ในหลวงฯ


    พระศพของหลวงพ่อไม่เน่าสลาย
    ประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าซุง ในมณฑปแก้วหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน วีระ ถาวโร ปธ.๔) วัดท่าซุง อุทัยธานี

               .....ความหมายตามบาลี(ยมกสูตร) คน ที่เห็นว่าพระอรหันต์ตายแล้วสูญ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าเป็นความเห็นผิด แล้วท่านบรรดานักเขียนนักแต่งทั้งหลายท่านเอามาจากไหนว่า นิพพานสูญ อันนี้น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดอะไรกันสักอย่าง เพราะมีพระบาลีบทหนึ่งว่านิพพานนัง ปรมังสูญญัง แปลว่านิพพานเป็นธรรมว่างอย่างยิ่ง ท่านอาจจะไปคว้าเอา ปรมังสูญญัง โดยเข้าใจว่า สูญโญเข้าให้ ......

    ดูเพิ่มเติมที่ [ หนังสือคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน อุปสมานุสสติกรรมฐาน] 

    ผู้ถาม : เกิดมาแล้วทำไมจึงต้องตายครับ…?
    หลวงพ่อ : เพราะอยากตาย ไอ้คนอยากเกิดก็อยากตายด้วยใช่ไหม…เกิดแล้วมันก็ต้องตาย เพราะธรรมดาเราฝืนมันไม่ได้ ทีนี้ถ้าเราไม่ต้องการตาย เราก็ไม่ต้องเกิด
    ผู้ถาม : ที่นิพพานไม่มีการเกิดใช่ไหมครับ จึงไม่มีการตาย…?
    หลวงพ่อ : อันนี้เคยมีพระหรือพราหมณ์ถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า นิพพานจะไม่มีการเกิดก็ไม่ใช่ จะเรียกว่าเกิดก็ต้องเกิด ถ้าจะว่าไม่เกิด แต่สภาวะมันมีอยู่ ตอนแรกฉันอ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็เลยย่องไปถามท่าน ฉะนั้นนิพพานควรเรียกว่าอะไร ท่านบอกว่าควรจะเรียก "ทิพย์พิเศษ" ที่ไม่มีการเคลื่อน เทวดาหรือพรหมยังมีการเคลื่อน ที่เรียกว่า "จุติ" จุติ แปลว่า เคลื่อน ไอ้ศัพท์ที่ว่าตายนี่ พระพุทธเจ้าท่านไม่เรียก ท่านเรียก กาลัง กัตวา ถึง วาระแล้ว ถึงกาลเวลาแล้ว ท่านไม่เรียกว่าตาย ตาย นี่ มรณะ ตามศัพท์ของบาลีไม่มีคำว่ามรณะ ท่านเรียกว่า กาลัง กัตวา แปลว่าถึงวาระที่จะต้องไปจากร่างกายนี้ ร่างกายนี้มันพังมันไม่ยอมทำงาน
    ผู้ถาม : ขอหลวงพ่อโปรดอธิบายเรื่องนิพพาน ให้ผมเข้าใจด้วยครับ
    หลวงพ่อ : คำว่า นิพพาน เหรอ…คุณต้องการรู้เรื่องนิพพานไปทำไม…?
    ผู้ถาม : (หัวเราะ) เอาไว้ประดับความรู้ครับ
    หลวงพ่อ : เอาไว้ประดับความรู้….ดี คำว่า นิพพานเป็นของง่ายเป็นของไม่ยาก นิพพานนี่เขาแปลว่า ดับ นะคุณนะ ถ้าจะถามว่าดับอะไร ก็ขอตอบว่า ดับความชั่ว คนที่จะถึงนิพพานได้ต้องไม่มีความชั่ว ๓ อย่าง คือ
          ๑. ไม่ชั่วทางกาย
          ๒. ไม่ชั่วทางวาจา
          ๓. ไม่ชั่วทางใจ
    ถ้าทุกคนดับความชั่วได้หมด บุคคลนั้นก็ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน
    ผู้ถาม : แต่ผมเคยได้ยินมาว่า นิพพาน แปลว่า ดับไปเลย ไม่เหลืออะไรเลยนี่ครับ
    หลวงพ่อ : ความจริงคุณจะต้องรู้ว่าอะไรดับ คำว่านิพพานแปลว่าดับ ดับทีแรกคือดับกิเลส ดับที่สองคือดับขันธ์ ๕ แต่ว่าตามพระบาลีไม่ได้บอกว่า จิตดับ
    ปัญหาของคุณที่ถามนี่ เหมือนกับปัญหาของพระที่ถามพระพุทธเจ้าเคยถามมาแล้ว คือ ท่านผู้นี้มีนามว่า พระโมกขราช ท่าน ถามพระพุทธเจ้าว่า"นิพพานมีสภาพสูญ ใช่ไหม…พระพุทธเจ้าข้า" หมายความว่า เมื่อถึงนิพพานแล้วก็ดับสูญ มีสภาพคล้ายกับควันไฟที่ลอยไปในอากาศ ไม่มีที่เกาะ ไม่มีที่อยู่ อย่างนั้นองค์สมเด็จพระบรมครูตรัสว่า "โมกขราช เรากล่าวว่า นิพพานนั้นหมายถึงกิเลสดับ และขันธ์ ๕ ดับ"พระพุทธเจ้า ไม่ได้บอกว่า จิตดับทีนี้ถ้าหากว่าคุณจะศึกษาเรื่องนิพพาน ถ้าเราจะพูดกันไปกี่ร้อยปี มันก็ไม่จบ ฉะนั้น ถ้าต้องการจะรู้เรื่องพระนิพพานจริงๆ คุณจะต้อง
          - เป็นคนมีศีลบริสุทธิ์ เป็นอันดับแรก
          - เป็นผู้ทรงฌานสมาบัติ
          - ในขณะที่ทรงฌานสมาบัติได้แล้ว คุณจะต้องทำจิตของตนให้เข้าถึงวิปัสสนาญาณ ที่เรียกกันว่าสังขารุเปกขาญาณ
    เมื่อจิตเข้าถึงสังขารุเปกขาญาณแล้ว ก็ต้องชำระกิเลสด้วยการตัดสังโยชน์ ๓ เบื้องต้น คือ
          ๑. ทำลายสักกายทิฏฐิ
          ๒. ทำลายวิจิกิจฉา คือ ความสงสัยให้หมดไป
          ๓. สีลัพพตปรามาส ทรงศีลให้บริสุทธิ์
          ๔. มีอารมณ์จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์ ที่เราเรียกกันว่า โครตภูญาณ
    ถ้ากำลังใจของคุณทำได้อย่างนี้ เมื่อจิตเข้าถึงโครตภูญาณ คุณจะทราบว่า คำว่าดับของนิพพานนั้นก็คือ
          ๑. ดับกิเลส ในขณะที่มีชีวิตอยู่
          ๒. ดับขันธ์ ๕ หรือขันธ์ ๕ ดับ
          ๓. อารมณ์จิตที่บริสุทธิ์ไม่ได้ดับไปด้วย
    คำว่าพระนิพพาน ยังมีจุดที่เป็นอยู่อันหนึ่ง ที่เขาเรียกว่าเป็นทิพย์พิเศษ พ้นจากอำนาจของวัฏฏะ 

    ดูเพิ่มเติมที่ [ หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหา เล่ม ๓] 
    อดีตพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส) ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

    ....ในปกรณ์ของฝ่ายเถรวาท ท่านโบราณาจารย์แบ่งพระกายของพระพุทธเจ้าเป็น ๓ ภาค ดังนี้คือ 

               ๑. พระรูปกาย เป็นพระกายซึ่งกำเนิดจากพระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา ที่เป็นมนุษย์ธรรมดาประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ 
               ๒. พระนามกาย เป็น พระกายซึ่งกำเนิดชั้นใน นามกายเป็นของมีทั่วไปแม้แต่สามัญมนุษย์ แต่ดีเลวกว่ากันด้วยอำนาจกุศลที่ตนทำไว้ก่อน ส่วน พระนามกายของพระพุทธเจ้า ท่านดีวิเศษกว่าสามัณมนุษย์ ด้วยอำนาจพระบุญญาบารมี ที่ทรงบำเพ็ญมาเป็นเวลาหลายอสงไขยกัป 
               ๓. พระธรรมกาย ได้แก่ พระกายอันบริสุทธิ์ ไม่สาธารณะทั่วไปแก่เทวดาและมนุษย์หมายถึงจิตที่พ้นจากกิเลสแล้ว เป็นจิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง พระธรรมกายนี้เป็นพระพุทธเจ้าที่จริงแท้ เป็นพระกายที่พ้นเกิดแก่เจ็บตาย เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ถาวรไม่สูญสลาย แต่ท่านมิได้บอกให้แจ้งชัดว่า พระธรรมกายนี้มีรูปพรรณสัญฐานเช่นไรหรือไม่ 

    อนึ่ง ความเชื่อว่าพระอรหันต์นิพพานแล้วยังมีอยู่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นพระอรหันต์นิพพานแล้วยังมีอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นพระอรหันต์แท้ไม่สลายตามกาย คือความเป็นพระอรหันต์ ไม่สูญ ตัวอย่างเช่น พระยมกะ เมื่อยังไม่บรรลุอรหัตผลได้แสดงความเห็นว่า พระอรหันต์ตายแล้วสูญได้ถูก พระสารีบุตร สอบสวน เมื่อบรรลุพระอรหันต์แล้ว จึงเห็นตามความจริงว่า “สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง ย่อมเป็นไปตามปัจจัย คือสลายไป ส่วนพระอรหันต์มิใช่สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งจึงไม่สลายไป แปลว่า ไม่ตาย” ความเป็นพระอรหันต์นี้ ท่านก็จัดว่าเป็นอินทรีย์ชนิดหนึ่ง เรียกว่า “อัญญินทรีย์” พระผู้มีพระภาคเจ้าคงหมายถึงเอาอินทรีย์นี้เอง บัญญัติเรียกว่า “วิสุทธิเทพ” เป็นสภาพที่คล้ายคลึง “วิสุทธาพรหม” ในสุทธาวาสชั้นสูง (พรหมอนาคามี ชั้น ๑๒ - ๑๖ ) เป็นแต่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเท่านั้น อินทรีย์ของพระอรหันต์ประณีตสุขุม แม้แต่ตาทิพย์ของเทวดาสามัญก็มองไม่เห็น มนุษย์สามัญซึ่งมีตาหยาบ ๆ จะเห็นได้อย่างไร อินทรีย์ของพระอรหันต์นั้นแหละ เรียกว่า “อินทรีย์แก้ว” คือตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจของท่านเป็นแก้ว คือใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว มณีโชติ ผู้บรรลุถึงภูมิแก้วแล้ว ย่อมสามารถพบเห็น “พระแก้ว” คือพระอรหันต์ที่นิพพานแล้วได้...

    ความ รู้เรื่องนี้ เป็นความรู้ลึกลับในพระธรรมวินัย ผู้สนใจพึงศึกษาค้นคว้าต่อไปถ้ายังรู้ไม่ถึงอย่าพึ่งค้าน อย่าพึงโมทนา เป็นแต่จดจำเอาไว้ เมื่อใดตนเองได้ษึกษาค้นคว้าแล้ว ได้ความรู้ได้เหตุผลที่ถูกต้องดีกว่า เมื่อนั้นจึงค้าน ถ้าได้เหตุผลลงกันจึงอนุโมทนา ถ้ารู้ไม่ถึงแล้ว ด่วนวิพากษ์วิจารณ์ติเตียนผู้พูดเรื่องเช่นนี้ จะเป็นไปเพื่อบอดตาบอดญาณตนเอง ยิ่งจะซึ้าร้ายใหญ่ ดังนี้..... 

    ดูเพิ่มเติมที่หนังสือ ทิพยอำนาจ อดีตพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส) 

    .....นิพพานมีอยู่จริงในปัจจุบัน ถ้าใครออกจากปัจจุบันไม่เห็นเลย ทุกเขญาณัง มันเกิดขึ้นกับจิตนี่เอง ให้พิจารณากายในมากๆ นิพพานไม่อยู่ตามต้นไม้ อยู่ที่จิตใจหมดอาสวะทั้งหลายนั่นเองหลวงปู่บุดดา ถาวโร

    ศิษย์: หลวงปู่ครับ นิพพานโลกุตระ เป็นอย่างไร
    หลวงปู่: มันก็หมดอาสวะซิ อวิชชาไม่เหลือ
    ศิษย์: จิตยังอยู่ไหมครับ
    หลวงปู่: จิตปรมัตถ์ไป เจตสิกปรมัตถ์ รูปปรมัตถ์จิตยังอยู่ มัน เกิด-ดับ มันเป็นสังคตะไป ไม่ใช่สัตว์คนเป็นสังคตธรรม สังคตธรรมมีอยู่ อสังคตะธรรมมีอยู่ วิราคะธรรมมีอยู่ แต่ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่คนเท่านั้น
    ศิษย์: หมดสมมุติ หมดความยึดถือไช่ไหมครับ
    หลวง ปู่: .ฮื้อ! มันไม่มีอาสวะ ไม่มีอวิชชาสวะ ไม่มีอวิชชาสังโยชน์ ไม่มีอวิชชานุสัย ล่ะก็ กิเลส กรรม วิบาก มันก็ไม่มี จิตไม่มีนาม-รูปของขันธ์แล้ว มันเหนือนาม-รูปของขันธ์แล้ว สังคตะมันเหนือขันธ์ ๕ วิราคะธรรมมันเหนือขันธ์ ๕ (เหนือ คือ ไม่ถูกครอบงำ ไม่มีอุปาทานขันธ์ ย่อมไม่กลับกำเริบอีก)ขันธ์ ๕ ยังมีนามรูปติดต่อกันทางอายตนะธาตุนี่ ส่วนนิพพาน ปรมัตถ์นี้ไม่เกิดไม่ดับเป็นอสังคตะธรรม แต่ จิต เจตสิก รูป ปรมัตถ์นี้ยังเกิดดับเป็นสังคตะธรรม วิราคะธรรม ไม่มีราคะ หมดราคะถึงโลกุตระแล้วนั่น ไม่มีราคะโทสะ โมหะ เผาลนแล้ว
    ศิษย์: เมื่อดับจิต แล้ว นิพพาน สูญ ไม่เหลืออะไรเลยหรือปล่าวครับ..
    หลวงปู่: นิพพานไม่สูญ เป็นแต่อาสวะกิเลสสูญ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม วิบาก มันสูญ แต่ สังคตะธรรม อสังคะธรรม วิราคะธรรม มันไม่ได้หมดไปด้วย บารมี ๓๐ ทัศน์ที่พระพุทธเจ้าสร้างเป็นของไม่ตาย แต่ว่าตัวบุญต้องเปลี่ยนแปลงไปจนกว่าพระโพธิสัตว์ตรัสรู้ เพราะถ้าเป็นตัวบุญอยู่กับพระเวสสันดรก็ไม่ตรัสรู้ซิ ก็ได้เป็นกษัตริย์ไม่ตรัสรู้ซิ แต่เพราะสละหมดอย่างพระเวสสันดร เที่ยวออกค้นคว้าถึง ๖ ปี(ซึ่งก็ต้องอาศัยบารมี อันเป็นนิสัยที่สั่งสมมา) จึงตรัสรู้ พระพุทธเจ้าบางองค์ก็อายุไม่เท่ากันมาองค์ปัจจุบันอายุ ๘๐ ปี (แล้วแต่บารมี) 
    ศิษย์: ที่เขาว่าไปเที่ยวเมืองนิพพาน น่ะเขาไปกันได้จริงหรือป่าวครับ
    หลวงปู่: .เที่ยวได้แต่ปริยัติน่ะซิ พูดเอาภาคปริยัติก็เที่ยวได้ ภาคปฏิเวธเที่ยวได้ที่ไหนล่ะ มันมีบอกเมื่อไหร่ล่ะ
    ศิษย์: .แล้วอย่างมโนมยิทธิล่ะครับ
    หลวง ปู่: นั่นมันเรื่อง พุทธนิมิต ธรรมนิมิต สังฆนิมิต ก็ตามใจซิ ก็นิมิตมันมีอยู่ หลับตาลืมตาก็มี มีของพระอริยะเจ้า พระพุทธเจ้าก็แสดงพุทธนิมิต ธรรมนิมิต สังฆนิมิต ได้ ให้เห็นกันทั่ว กามโลก รูปโลก อรูปโลก ให้เขาได้เห็นกันเมื่อครั้งเสด็จลงจากดาวดึงส์นี่ ก็จิตนี่ล่ะมันรับธรรมะ นอกจากกายกับจิตแล้วจะเอาอะไรไปรับล่ะ กายกับจิตนี่ล่ะมันรองรับพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้ารู้นรก ๒ ชั้น นรกชั้นนอก นรกชั้นใน สวรรค์ชั้นนอก สวรรค์ชั้นใน นิพพานชั้นนอก นิพพานชั้นใน มันต้องมีภายนอกภายในพิสูจน์กันดู ดูนิพพานกันอย่างนี้ อ่านพระไตรปิฎกกันอย่างนี้ซิ นิพพานไม่ใช่รูปขันธ์ ไม่ใช่นามขันธ์ มันเหนือรูปขันธ์ นามขันธ์ สร้างบารมีมาก็เอาเป็นเครื่องมือ สร้างบารมีต่างหากล่ะ นามรูปนี่ตรัสรู้แล้วเอาไปเมื่อไหร่ล่ะ บารมี ๓๐ ทัศน์ ไม่ใช่ตัวขันธ์ ๕ มันเหนือขันธ์ ๕ พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วก็เหลือขันธ์ ๕ พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกทั้งหลายตรัสรู้ ละสังโยชน์ แล้วก็เหลือยังขันธ์ ๕ เขายังเขียนรูปโลกไว้ให้ดู แต่อยู่เหนือขันธ์ ๕

    ดูเพิ่มเติมที่ เว็บ ประตูธรรม 


    หลวงพ่อเกษม กับ ในหลวงฯ
     หลวงพ่อเกษม เขมโก จ.ลำปาง

    พระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน
    นี่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งของคุณปู่ก็กจึง ที่กรุณาเล่าให้ผมฟัง ข้อนี้....คุณปู่เล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า เหตุการณ์เมือนานมามากแล้วเช่นกัน จู่ๆ วันหนึ่ง เมื่อคุณปู่ไปนมัสการหลวงพ่อ ท่านได้ถามว่า

    "สามก็ก...รู้ไหม ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน? " 
    (หลวงพ่อเรียกคุณปู่ก๊กว่า สามก๊ก มานานแล้ว)

    คุณปู่ก๊กจึง สมัยนั้นประณมมือไหว้หลวงพ่อพลางตอบว่า
    "ผมไม่ทราบครับ หลวงพ่อ"

    ทันใดนั้นหลวงพ่อได้ชี้นิ้วเฉียงไปบนฟ้า พลางกล่าวว่า

    พระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ในโลกนี้ ท่านอยู่นอกโลก......

    จาก อนุสรณ์ ครบรอบ ๘๐ ปี หลวงพ่อเกษม เขมโก ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ หน้า 146
    คำสอนจากบันทึกลายมือหลวงพ่อเกษม 
    พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตโล)
    วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์

               .... การปฏิบัติ ให้มุ่งเน้นปฏิบัติเพื่อสำรวม เพื่อความละ เพื่อความคลายกำหนัดยินดี เพื่อความดับทุกข์ ไม่ใช่เพื่อเห็นสวรรค์วิมาน หรือแม้พระนิพพานก็ไม่ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อจะเห็นทั้งนั้น ให้ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ไม่ต้องอยากเห็นอะไร เพราะนิพพานเป็นของว่าง ไม่มีตัวมีตน หาที่ตั้งไม่มี หาที่เปรียบไม่ได้ ปฏิบัติไปจึงจะรู้เอง......

    ดูเพิ่มเติมที่หนังสือ หลวงปู่ฝากไว้ รวบรวมโดย พระโพธินันทมุนี หน้า 82

               ....พระพุทธเจ้า พระองค์ไม่ได้เข้าสู่นิพพานในฌานสมาบัติอะไรที่ไหนหรอก เมื่อพระองค์ออกจากจตุตถฌานแล้ว จิตขันธ์หรือนามขันธ์ ก็ดับพร้อม ไม่มีอะไรเหลือ นั่งคือพระองค์ดับเวทนาขันธ์ ในภาวะจิตตื่น หรือวิถีจิตอันปกติของมนุษย์ครอบพร้อมทั้งสติ และสัมปชัญญะ ไม่ถูกภาวะอื่นใดมาครอบงำอำพรางให้หลงใหลใดๆ ทั้งสิ้น เป้นภาวะแห่งตนเองอย่างสมบูรณ์ ภาวะนันเรียกว่า มหาสุญญตา หรือจักรวาลเดิม หรือเรียกกว่า นิพพาน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ......

    (หากท่านใดทราบชื่อหนังสื และหน้า ของคำกล่าวของหลวงปู่ท่อนนี้ กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย)
    หลวงปู่ดูลย์ กับ ในหลวงฯ
     
    พระธาตุหลวงปู่ดูลย์ 


    หลวงปู่ขาว กับ ในหลวงฯหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี 

               ....ให้มีสติคุมดวงจิต สัตว์นรกก็แม่นจิต สัตว์อเวจีก้แม่นจิต พระอินทร์ พระพรหมก็แม่นจิต ที่เข้าพระนิพพานก็แม่นจิต ไม่ ใช่ใคร จิตไม่มีตัวมีตน จิตเหมือนลิงนี่แหละ แล้วแต่มันจะไป บังคับบัญชามมันไม่ได้ แล้วแต่มันจะปรุงแต่ง บอกไม่ได้ไหว้ไม่ฟัง เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าให้วางมันเสีย อย่าไปยึดถือมัน ก็จิตนั่นแหละ มันถือว่าตัวกู อยู่เดี๋ยวนี้ก็ดี เราถือว่าเราเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง ก็แม่นจิตนั้นแหละ เป็นผู้ว่า มันไม่มีตนมีตัวดอก แล้วพระพุทธเจ้าว่าให้วางเสียให้ดับวิญญาณเสีย ครั้นดับวิญญาณแล้ว ไม่ไปก่อภพก่อชาติอีก ก็นั่นแหละพระนิพพาน พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น มันไม่อยู่ที่อื่น นรกมันก็อยู่นี่ พระนิพพานก็อยู่นี่ อย่าไปค้นที่อื่น อย่าไปพิจารณาที่อื่นให้ค้นที่สกนธ์กายของตน ให้มันเห็นอสุภะ อสุ ภังให้เห็นเป็นของปฏิกูล ให้เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่ายมันนั่นแหละ แต่กี้มันห็นว่าเป้นของสวยของงามก็ดี ดวงจิตนั้นมีมีสติควบคุม มีสัมปชัญญะค้นหาเหตุผล ใครครวญอยู่มันเลยรู้เห็นว่า อัตภาพร่างกายนี้เป็นของปฏิกูลของเน่าเปือยผุพัง แล้ว มันจะเกิดนิพพทาความเบื่อหน่าย จิตนั้นแหละเบื่อหน่าย จิตเบื่อหน่าย จิตไม่ยึดมั่นแล้วเรียนว่าจิตหลุดพ้น ถึงวิมุติ วิมุตติคือความหลุดพ้นจากความยึดถือ หลุดพ้นจาอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น พ้นจากภพจากชาติ ตั้งใจทำเอา ......

    (หากท่านใดทราบชื่อหนังสื และหน้า ของคำกล่าวของหลวงปู่ท่อนนี้ กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย)
     
    พระธาตุหลวงปู่ขาว อนาลโย 
    หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม

               .... เมื่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินโลกุตตรมนุษย์ ได้เป็นพระอรหันต์เข้าพระนิพพานแล้ว พระนิพพานก็ยังมีอยู่ ไม่เสื่อมสูญ พระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพานก็มีอยู่ในพระนิพพาน นั้นแล 

              พระ โมคคัลลาน์ พระสารีบุตร พระอนุรุทธ พระอานนท์ เข้านิพพาน ก็มีอยู่พระนิพพานนั้นแล นางภิกษุณีทั้งหลายได้บวชกาย วาจา ใจ ใจก็เป็นพระนิพาน แล้วเข้าพระนิพพานได้ด้วย เหมือนพระจันทร์ พระจันทร์ไม่มีวันแก่ พระจันทร์ไม่มีวันเจ็บ พระจันทร์ไม่มีวันร้อนวันหนาว ดาวไม่มีเกิดไม่มีตาย 

               คนเรานี้มันเป็นบ้าเป็นบอ คอยาว ตาขาว ลิ้นยาว ใช้ไม่ได้ ส่วนพระธรรมคำสั่งสอนเกิดจากหัวใจของพระพุทธเจ้า เกิดากหัวใจของพระอรหันต์ทั้งหลาย ทำไมพวกเราทั้งหลายและพวกท่านทั้งหลายจึงไม่รู้ เราจึงไม่เห็น ถ้า เราเป็นพระอรหันต์ เป็นพระโสดาบัน เป็นพระอนาคาเมื่อใด ก็เมื่อนั้นแหละ จึงจะเห็นจะรู้ที่อยู่พระพุทธเจ้า ที่อยู่ของพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย......

    อาจารีธัมโมทยาน พศ.๒๕๓๖ หน้า 127 หอรัตนชัยการพิพม์ 
    หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย อยุธยา

               ....พระนิพพานอุปมาขนาดเท่าเส้นผม ผู้ที่จะผ่านพ้นในขั้นสุดท้ายไปได้หรอืไม่ได้อยู่เพียงนิดเดียวในการทำจิต ตัดจุดนี้ได้หรือไม่เท่านั้น พระพุทธเจ้าตอนที่ท่านจะปรินิพพาน ท่านได้ปรินิพพานไประหว่างรูปฌานและอรูปฌาน ผู้ที่ดับขันธ์ในระหว่างทรงรูปฌานย่อมได้เป็นรูปพรหมซึ่งยังไม่วิมุติหลุด พ้น ผู้ที่ดับขันธ์ในขณะทางอรูปฌาน ย่อมได้เป็นอรูปพรหม ซึ่งก็ยังเป็นสมมติอยู่เช่นกัน ส่วนพระพุทธเจ้าท่านดับขันธ์ระหว่างช่วงทั้งสอง เป็นการดับขันธ์ด้วยความบริสุทธิ์เหนือสมมติโดยสิ้นเชิง ไม่ ติดอยู่ในรูปฌานและอรูปฌาน ซึ่งเป็นวิปัสนูกิเลสทั้งสองอย่าง พระอรหันต์บางประเภที่ไม่สามารถเจิรญอรูปสมาบัติ ท่านก็ดับขันธ์ไปด้วยความบริสุทธิ์เช่นกัน แม้อยู่ก็อยู่ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ไม่ติดในสมมติใดๆ เพราะความชำนาญในด้านสมาธิของพระอรหันต์แต่ละประเภทไม่เท่ากัน>......

    เพิ่มเติมที่ หนังสือไตรรัตน์ หน้า 51 

    พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์) 
    ท่านเจ้าคุณธมฺมวิตกฺโก ภิกขุ วัดเทพศิรินทร์ กทม.

               .....(พูดกับคุณโกศล ปัทมะสุนทร) โกศล ตายแล้วก็สามารถช่วยคนได้ดีกว่าอยู่อีกนะ ขอ เพียงแต่เราอธิษฐานจิตถึงกันและกัน กระแสจิตเปรียบเหมือนเครื่องส่งวิทยุนะ ถ้าจูนเครื่องตรงกัน ก็สามารถติดต่อกันได้ ถ้าเครื่องส่งมีกำลังส่งมากเพียงไร แต่ถ้าเครื่องรับไม่จูนเครื่องให้ตรงกันก็ไม่สามารถรับได้ .....

               .....ร่างกายเป็นรังของโรค ต้องป่วยเจ็บอยู่เสมอเป็นธรรมดา เป็นเรื่องของการเกิดแก่เจ็บตาย อย่าเศร้าหมองตาการเจ็บป่วยนั้น ทำใจให้ปรอดโปร่ง และ ให้นึกเสมอว่าการเจ็บการตายไม่แน่นอน จะมาถึงเมื่อใดก็ได้อย่าประมาท อย่ารั้งรอตอ่การทำความดี ในขณะที่ยังมีโอกาสทำความดี จะได้ไม่ต้องเสียใจแม้ความตายจะมาถึงในวินาทีใดก็ตาม .....(แล้วท่านเจ้าคุณก็มักจะกล่าวกลอนนี้เสมอ)

               ถึงกายแพ้แต่ใจเราไม่แพ้
               ใจไม่แก่เจ็บตายตามกายหนา
               กายนี้มันจะเน่าเราก็ลา
               ไปสวรรค์ชั้นฟ้านิพพานเอย...


    ท่าน เจ้าคุณเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอ จนมีขนาดดังรูป โดยท่านไม่เคยแสดงอาการเจ็บปวดให้ผู้ใดเห็น แม้พระราชิณีทรงประสงค์จะส่งหมอมารักษา ท่านก็ได้ปฏิเสธพระองค์ และมีแพทย์หลายท่านประสงค์ที่จะมาทำการรักษา ท่านก็บอกว่าปล่อยให้มะเร็งมันตายไปกับท่าน ภาพถ่ายนี้ถ่ายตอนนายแพทย์มาทำความสะอาดแผลมะเร็งที่แตกแล้ว โดยท่านเจ้าคุณบอกให้ถ่ายไว้

    เพิ่มเติมที่ หนังสือตามรอย ธมฺมวิตกฺโก พระอรหันต์กลางกรุง ธค.2546 หจก. ป.สัมพันธ์พาณิชย์ ISBN 974-91833-8-X
     



    องค์หลวงตา กับ ในหลวง 

    ดวงจิตนี้ไม่เคยสูญ แดนพระนิพพานมีจริง

    หลวงปู่มั่น ท่านเล่าว่า พระพุทธเจ้าหลายพระองค์ พร้อมด้วยพระสาวก เสด็จมาเยี่ยมท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

               .... นรกมี สวรรค์มี พรหมโลก นิพพานมี พระพุทธเจ้าของเราทรงยืนยันจิตวิญญาณคือใจของคนของสัตว์นี้มีมาดั้งเดิม ตั้งแต่กาลไหนๆ ไม่มีต้นไม่มีปลาย จิตดวงที่ไม่ตายนี้แล ไม่เคยฉิบหาย ไม่เคยสูญ........

    ดูเพิ่มเติมที่ [ตายแล้วย้อนกลับมาบ้านเรือน] 

    จาก นั้นบุญกุศลทั้งหลายที่เราสร้างอยู่ไม่หยุดไม่ถอย เพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับลำดาเลยสวรรค์ไป เลยพรหมโลกไป จนกระทั่งถึงนิพพาน ดับทุกข์โดยประการทั้งปวงโดยสิ้นเชิงตลอดไป ไม่มีคำว่า อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา จะเข้าไปเกี่ยวข้องในเมืองนิพพานนั้นได้เลย เรียกว่าเมืองนิพพานก็ได้ มหาวิมุตติ มหานิพพาน หรือธรรมธาตุก็ได้ นี่ เรียกว่าสถานที่ดับทุกข์โดยประการทั้งปวง จากความดีของเราที่ได้สร้างมามากน้อย ท่านจึงได้สอนไว้ พระพุทธเจ้าท่านทรงนิพพาน ทุกสิ่งทุกอย่างทรงผ่านไปหมดแล้ว การขึ้นลงสวรรค์ชั้นพรหมไม่มีใครเกินโพธิสัตว์ ที่ได้สร้างคุณงามความดีแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นนั้นๆ ควรแก่กาลเวลาแล้วก็ลงมาสร้างบารมี 

    กฎอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา เปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปอย่างโลกทั่วๆ ไปอย่างนี้ ไม่มีในนิพพาน นิพพาน สิ้นสุดยุติตั้งแต่ขณะท่านตรัสรู้ปึ๋งขึ้นมา พระอรหันต์ก็บรรลุธรรมปึ๋งขึ้นมา ทราบทันทีเลยว่าพ้นแล้วจากแดนแปรปรวน แดน ทุกฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา ถึงแล้วซึ่งพระนิพพาน เรียกว่าเมืองเที่ยงตรง เที่ยงไปตลอดอนันตกาล ไม่มีคำที่ว่าจะโยกย้ายผันแปรไปไหนอีกเลย แม้ขณะหนึ่งก็ไม่มีในแดนนิพพาน จึงเรียกว่าเป็นแดนแห่งความเลิศเลอของท่านผู้บรรลุธรรมอันเลิศเลอแล้วสถิตอยู่ในสถานที่นั้น ผู้อื่นผู้ใดไม่สามารถจะไปอยู่ในสถานที่นั้นได้ นอกจากผู้สิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิงแล้วเท่านั้น นี่ก็คือการสร้างบุญสร้างกุศล 

    สำหรับ เราพอทุกอย่าง เอาอะไรมาให้ก็ไม่เอา ปล่อยวางหมด เช่นทองคำทั้งแท่งกับอิฐก้อนหนึ่ง ราคาทองคำทั้งแท่งสูง อิฐก้อนหนึ่งราคาต่ำแต่มันมีน้ำหนักเท่ากัน เมื่อมีน้ำหนักเท่ากัน น้ำหนักนั้นแหละจะเป็นกองทุกข์แก่ผู้แบกหาม ปล่อยเสียทั้งหมด ทองคำก็ไม่เอา อิฐ-ปูนก็ไม่เอา ปล่อยแล้วไม่หนัก นี้ละธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ได้เข้าในหัวใจดวงใดแล้วปล่อยหมดโดยสิ้นเชิง มีแต่ความพอแล้วด้วยความเลิศเลอ ไม่ใช่พอธรรมดาอย่างโลกทั้งหลายพอกัน พอในธรรมทั้งหลายนี้พอด้วยความเลิศความเลอ ถ้าว่าสุขก็ไม่มีสุขใดเสมอเหมือน ว่าเลิศเลอก็หาอะไรไปเทียบไม่ได้ เพราะนั้นเป็นแดนวิมุตติ ไม่ใช่สมมุติพอจะมาเทียบมาเคียงตามสัดตามส่วนได้ นี่ละท่านว่าแดนแห่งความเลิศเลอ

    เทศน์อบรมพระสงฆ์และฆราวาส ณ ศาลาใหญ่วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๖ [บ่าย] 
    ดูเพิ่มเติมที่ [เอาธรรมจักรเข้าไปผันหัวกิเลส]

    ใจนี้ไม่เคยตาย ตั้ง กัปตั้งกัลป์ก็เป็นมาอย่างนี้ แม้จะไปตกนรกตั้งกี่กัปกี่กัลป์ก็ตาม การที่ว่าได้รับความทุกข์ในแดนนรกแต่ละหลุม ๆ นั้นยอมรับ ส่วนที่จะให้ใจนี้ฉิบหายไม่มี ทุกข์ขนาดไหนก็ยอมรับว่าทุกข์ แต่ไม่เคยฉิบหายคือใจดวงนี้ เวลาชำระสะสางแล้วด้วยอำนาจแห่งคุณงามความดีของเรา ก็ค่อยสงบผ่องใสได้บริสุทธิ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงขั้นความบริสุทธิ์เต็มที่แล้ว ดังพระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์ทั้งหลาย ท่านถึงนิพพานเลย นั่น ถึงนิพพานก็ไม่สิ้นสูญ ใจดวงนี้ไม่มีคำว่าสูญ ตกนรกก็ไม่สูญใจดวงนี้ จนกระทั่งบริสุทธิ์เต็มที่แล้วไปถึงนิพพานก็ไม่สูญ นี่แหละท่านว่านิพพานเที่ยง ก็คือจิตดวงที่ไม่สูญนี้แหละเป็นผู้บริสุทธิ์เต็มที่แล้ว เรียกว่าธรรมธาตุ อยู่ในแดนแห่งนิพพาน นี่แหละเป็นผู้เสวยความบรมสุขตลอดไป ท่านจึงเรียกว่านิพพานเที่ยง ๆ ก็เพราะจิตดวงนี้ไม่ตาย มีความเที่ยงตรงอยู่ด้วยบรมสุขตลอดไป นี่คือการสร้างความดีให้ผลแก่เราอย่างนี้ ให้พากันอุตส่าห์พยายามสร้างคุณงามความดี

    เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดเขาน้อยสามผาน จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ (บ่าย)
    ดูเพิ่มเติมที่ ความสุขอันแท้จริง

    นี่ ละตัวพาให้เกิด ก็รู้ได้ชัดละซิ ทีนี้จะเอาอะไรไปเกิด เอ้า เห็นกันอยู่รู้กันอยู่ ตัวนี้จะไปเกิดที่ไหนที่นี่ เอ้า เกิดที่ไหนล่ะ อะไรพาให้เกิด ก็สิ่งที่ดับไปตะกี้นี้พาให้เกิด นั่นมันรู้ชัดขนาดนั้นนะ ทีนี้ไม่เกิดแล้วจะดับไหมจิตดวงนี้ จะเอาอะไรมาดับ นั่น ไม่เกิดด้วยไม่ดับด้วย ไม่มีคำว่าว่ามีอยู่แบบโลกด้วย ไม่สูญแบบโลกด้วย มีอยู่แบบความบริสุทธิ์ ถ้าว่าสูญก็สูญแบบความบริสุทธิ์ เหมือนอย่างที่ว่านิพพาน มีอยู่แบบนิพพาน สูญแบบนิพพาน ไม่ได้สูญแบบโลกสงสาร

    เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๘
    ดูเพิ่มเติมที่ ความมุ่งมั่นของนักรบ

    ก็ กิเลสมันไม่เคยเห็นมรรคผลนิพพาน เกิดมาเต็มอยู่ในหัวใจของสัตว์นับแต่โคตรแต่แซ่ของมันลงมา มันจะเอามรรคผลนิพพานมาอวดสัตว์โลกอย่างไร เพราะคำว่ามรรคผลนิพพานก็คือแดนสุดวิสัยของมันแล้ว มันเอื้อมไม่ถึง จิตดวงใดถ้าได้เข้าสู่แดนนิพพานแล้ว กิเลส ประเภทต่าง ๆ เรียกว่ากิเลสมารสุดเอื้อมหมดหวัง หมดอาลัยตายอยากแล้ว มันจะอุตริไปสอนจิตดวงใดโลกใดสัตว์ตัวใดให้ไปสู่สวรรค์นิพพานเล่า นอกจากมันจะกว้านเข้ามาเพื่อผลรายได้ของมันโดยอุบายต่าง ๆ เท่านั้น เช่น บาปไม่มี บุญไม่มี นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นิพพานไม่มี นี่เป็นอุบายที่จะให้เกิดผลรายได้แก่มันโดยถ่ายเดียวเท่านั้น

    เพราะ ฉะนั้นหลักความจริงแล้วจึงไม่มีคำว่า พระพุทธเจ้านิพพานไปนานแสนนาน เป็นการตัดขาดจากมรรคผลนิพพาน ที่ทรงแสดงไว้แล้วโดยถูกต้องตามหลักสวากขาตธรรม การนิพพานเป็นเรื่องของพระองค์เท่านั้น และการนิพพานไปก็ไม่ใช่เป็นการขาดทุนสูญดอก สำหรับพระพุทธเจ้าเป็นการเปลี่ยนสภาพในทางธาตุทางขันธ์อันเป็นสมมุติเข้าสู่ ตามสมมุติเดิมของตน โดยหมดความเยื่อใยตายอยาก ไม่ยึดมั่นถือมั่น โดยจิตที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ แล้วเท่านั้น จิตที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ แล้วอะไรไปเป็นข้าศึกไปทำลายให้พินาศฉิบหายได้ แม้แต่กิเลสก็ไม่สามารถ ไม่มีอำนาจวาสนาที่จะไปทำลายจิตที่บริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าให้สูญให้อันตรธานไปได้ แล้วนิพพานจะสูญไปไหน จิตผู้บริสุทธิ์จะสูญไปได้อย่างไร เพราะธรรมชาตินี้นอกเหนือไปจากสมมุติทั้งมวลแล้ว จึงไม่มีอะไรที่จะเข้าไปทำลายจิตที่บริสุทธิ์แล้วให้สูญไปได้ ให้ฉิบหายไปได้

    เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๗ เพิ่มเติมที่ ความหวังของชาวพุทธ

    พระพุทธเจ้าและพระสาวกอรหันต์เสด็จอนุโมทนา พระอาจารย์มั่น

               หลังจากท่านเดินทางถึงแดนแห่งวิมุตติแล้ว คืนต่อ ๆ มามีพระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวกจำนวนมากเสด็จมาอนุโมทนาวิมุตติธรรมกับท่านเสมอ มิได้ขาด… คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับพระสาวกบริวารเป็นจำนวนหมื่นเสด็จมา เยี่ยม… คืนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีสาวกเท่านั้นเสด็จมาเยี่ยมอนุโมทนา จำนวนพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุทธเจ้ามาแต่ละพระองค์นั้นมีจำนวนไม่เท่ากัน ทั้งนี้ท่านว่าขึ้นอยู่กับวาสนาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ไม่เหมือนกัน… ที่พระสาวกตามเสด็จมาด้วยแต่ละพระองค์นั้น มิได้ตามเสด็จมาทั้งหมดในบรรดาพระสาวกของแต่ละพระองค์ที่มีอยู่… แต่ที่ตามเสด็จมามากน้อยนั้นต่างกันนั้นพอแสดงให้เห็นภูมิพระวาสนาบารมีของ แต่ละพระองค์นั้นต่างกันเท่นนั้นบรรดาพระสาวกจำวนมากของแต่ละพระองค์ที่ตาม เสด็จมานั้น มีสามเณรติดตามมาด้วยครั้งละไม่น้อยเลย… ท่านสงสัยจึงพิจารณาก็ทราบว่า คำว่าพระอรหันต์ในนามธรรมนั้นมิได้หมายเฉพาะพระ แต่สามเณรที่มีจิตบริสุทธิ์หมดจดก็นับเข้าในจำวนสาวกอรหันต์ด้วย ฉะนั้น ที่สามเณรติดตามมาด้วยจึงไม่ขัดกัน ในพระโอวาทของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ประทานอนุโมทนาแก่ท่านพระอาจารย์มั่น นั้น ส่วนใหญ่มีว่า… เราตถาคตทราบว่าเธอพ้นโทษจากอนันตรทุกข์ในที่คุมขังแห่งเรือนจำของวัฏฏทุกข์ จึงได้มาเยี่ยมอนุโมทนาที่คุมขังแหล่งนี้ใหญ่โตมโหฬารและแน่นหนามั่นคงมาก และมีเครื่องยั่วยวนชวนให้เผลอตัวและติดอยู่รอบตัวไม่มีช่องว่าง จึงยากที่จะมีผู้แหวกว่ายออกมาได้ เพราะสัตว์โลกจำนวนมากไม่ค่อยมีผู้สนใจกับทุกข์ที่เป็นอยู่กับตัวตลอดมา ว่าเป็นสิ่งที่ทรมานและเสียดแทงร่างกายจิตใจเพียงใด พอจะคิดเสาะแสวงหาด้วยวิธีต่าง ๆ เหมือนคนเป็นโรคแต่มิได้สนใจกับยา ยาแม้มีมากจึงไม่มีประโยชน์สำหรับคนประเภทนั้น ธรรมของเราตถาคตก็เช่นเดียวกับยา สัตว์โลกอาภัพเพราะโรคกิเลสตัณหาภายในใจเบียดเบียนเสียดแทง ทำให้เป็นทุกข์แบบไม่มีจุดหมายว่าจะหายได้เมื่อไร สิ่งตายตัวก็คือ โรคพรรค์นี้ถ้าไม่รับยาคือ ธรรมจะไม่มีวันหายได้ ต้องฉุดลากสัตว์โลกให้ตายเกิดคละเคล้าไปกับความทุกข์กายทุกข์ใจ และเกี่ยวโยงกันเหมือนลูกโซ่ ตลอดอนันตกาล ธรรมแม้จะมีเต็มไปทั้งโลกธาตุก็ไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ไม่สนใจนำไป ปฏิบัติรักษาตัวเต็มไปทั้งโลกธาตุก็ไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ไม่สนใจ นำไปปฏิบัติรักษาตัวเท่าที่ควรจะได้รับจากธรรม… ธรรมก็อยู่แบบธรรม… สัตว์โลกก็หมุนตัวเป็นกงจักรไปกับทุกข์ในภพน้อยภพใหญ่แบบสัตว์โลก… โดยไม่มีจุดหมายปลายทางว่าจะสิ้นสุดทุกข์กันลงได้เมื่อใด…ไม่มีทางช่วยได้… ถ้าไม่สนใจช่วยตัวเองโดยยึดธรรมมาเป็นหลักใจและพยายามปฏิบัติตาม…

              พระ พุทธเจ้าจะมาตรัสรู้เพิ่มจำนวนองค์และสั่งสอนมากมายเพียงไร ผลที่ได้รับก็เท่าที่โรคประเภทคอยรับยามีอยู่เท่านั้น… ธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ว่าพระองค์ใด มีแบบตายตัวอยู่อย่างเดียวกัน คือสอนให้ละชั่วทำดีทั้งนั้น ไม่มีธรรมพิเศษและแบบสอนพิเศษไปกว่านี้ เพราะไม่มีกิเลสตัณหาพิเศษในใจสัตว์โลกที่พิเศษเหนือธรรมซึ่งประกาศสอนไว้… เท่าที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายประทานไว้แล้วเป็นธรรมที่ควรแก่การรื้อถอนกิลส ทุกประเภทของมวลสัตว์อยู่แล้ว… นอกจากผู้รับฟังและปฏิบัติตามจะยอมแพ้ต่อเรื่อกิลสตัณหาของตัวเสียเอง แล้วเห็นธรรมเป็นของไร้สาระไปเสียเท่านั้น… ตามธรรมดาแล้วกิเลสทุกประการต้องฝืนธรรมดาดั้งเดิม คนที่คล้อยตามมันจึงเป็นผู้ลืมธรรมไม่อยากเชื่อฟังและทำตาม โดยเห็นว่าลำบากและเสียเวลาทำในสิ่งที่ตนชอบ… ทั้งที่สิ่งนั้นให้โทษ… ประเพณีของนักปราชญ์ผู้ฉลาดมองเห็นการณ์ไกลย่อมไม่หดตัวมั่นสุมอยู่เปล่า ๆ เหมือนถูกน้ำร้อนไม่มีทางออก… ต้องยอมตายในหม้อที่กำลังเดือดพล่าน โลดเดือดพล่านอยู่ด้วยกิเลสตัณหาความแผดเผา ไม่มีกาลสถานที่ที่พอจะปลงวางลงได้… จำต้องยอมทนทุกข์ทรมานไปตาม ๆ กันโดยไม่นิยมสัตว์น้ำ… สัตว์บก… สัตว์อยู่บนอากาศและใต้ดิน เพราะสิ่งแผดเผาเร่าร้อยอยู่กับใจ ความทุกข์จึงอยู่ที่นั่นที่นี่เธอเห็นพระตถาคตอย่างแท้จริงแล้วมิใช่หรือ?… พระตถาคตแท้คืออะไร… คือความบริสุทธิ์แห่งใจที่เธอเห็นแล้วนั้นแล… ที่พระตถาคตมาในร่างนี้มาในร่างแห่งสมมติต่างหากเพราะพระตถาคตและพระอรหันต์ อันแท้จริงมิใช่ร่างแบบที่มากันนี้… นี่เพียงเป็นเรือนร่างของตถาคตโดยทางสมมติต่างหาก… ท่านพระอาจารย์กราบทูลว่า… ข้าพระองค์ทราบพระตถาคตและพระสาวกอรหันต์อันแท้จริงไม่สงสัย… ที่สงสัยก็คือ… พระองค์ทั้งหลายกับพระสาวกท่านที่เสด็จไปด้วยอนุปาทิเสสนิพพานไม่มีส่วน สมมติยังเหลืออยู่เลย… แล้วเสด็จมาในร่างนี้ได้อย่างไร ?

               พระพุทธเจ้าตรัสว่า… ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งแม้มีความบริสุทธิ์ทางใจด้วยดีแล้ว แต่ยังครองร่างอันเป็นส่วนสมมติยังเหลืออยู่ ฝ่ายอนุปาทิเสสนิพพานก็ต้องแสดงสมมติตอบรับกัน คือต้องมาในร่างสมมติตซึ่งเป็นเครื่องใช้ชั่วคราวได้ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นอนุ ปาทิเสสนิพพานด้วยกันแล้วไม่มีส่วนสมมติยังเหลืออยู่… ตถาคตก็ไม่มีสมมติอันใดมาแสดงเพื่ออะไรอีก…ฉะนั้นการมาในร่างสมมตินี้จึง เพื่อสมมติเท่านั้น ถ้าไม่มีสมมติเสียอย่างเดียวก็หมดปัญหา พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงทราบเรื่องอดีตอนาคตก็ทรงถือเอานิมิต… คือสมมติอันดั้งเดิมของเรื่องนั้น ๆ เป็นเครื่องหมายให้ทราบ เช่น… ทรงทราบอดีตของพระพุทธเจ้าทั้งหลายว่าทรงเป็นมาอย่างไร เป็นต้น ก็ต้องถือเอานิมิตของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น และพระอาการนั้น ๆ เป็นเครื่องหมายพิจารณาให้รู้ ถ้าไม่มีสมมติของสิ่งนั้น ๆ เป็นเครื่องหมาย ก็ไม่มีทางทราบได้ในทาสมมติ เพราะวิมุตติล้วน ๆ ไม่มีทางแสดงได้ ฉะนั้นการพิจารณาและทราบได้ต้องอาศัยสมมติเป็นหลักพิจารณาดังที่เราตถาคตนำ สาวกมาเยี่ยมเวลานี้ ก็จำต้องมาในรูปลักษณะอันเป็นสมมติดั้งเดิม เพื่อผู้อื่นจะพอมีทางทราบไดว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ๆ และพระอรหันต์องค์นั้น ๆ มีรูปลักษณะอย่างนั้น ๆ ถ้าไม่มาในรูปลักษณะนี้แล้ว ผู้อื่นก็ไม่มีทางทราบได้เมื่อยังต้องเกี่ยวกับสมมติในเวลาต้องการอยู่ วิมุตติก็จำต้องแยกแสดงออกโดยางสมมติเพื่อความเหมาะสมกัน ถ้าเป็นวิมุตติล้วน เช่นจิตที่บริสุทธิ์รู้เห็นจิตที่บริสุทธิ์ด้วยกันก็เพียงแต่รู้อยู่เห็น อยู่เท่านั้น ไม่มีทางแสดงให้รู้ยิ่งกว่านั้นไปได้ เมื่อต้องการทราบลักษณะอาการของความบริสุทธิ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็จำต้องนำสมมติเข้ามาชวยเสริมให้วิมุตติเด่นขึ้นพอมีทางทราบกันได้ว่าวิ มมุตมีลักษณะว่างเปล่าจากนิมิตทั้งปวดมีความสว่างไสวประจำตัว มีความสงบสุขเหนือสิ่งใด ๆ เป็นต้น… พอเป็นเครื่องหมายให้ทราบได้โดยทางสมมติทั่ว ๆ ไห้ ผู้ทราบวิมุตติอย่างประจักษ์ใจแล้ว จึงไม่มีทางสงสัยทั้งเรื่องวิมุตติเสดงตัวออกต่อสมมติในบางคราวที่ควรแก่ กรณี และทรงตัวอยู่ตามสภาพเดิมขอบงวิมุตติ ไม่แสดงอาการ ที่เธอถามเราตถาคตนั้น ถามด้วยความสงสัยหรือถามพอเป็นกิริยาแห่งการสนทนากัน ท่านกราบทูลว่า ข้าพระองค์มิได้มิความสงสัยทั้งสมมติและวิมุตติของพระองค์ทั้งหลาย แต่ที่กราบทูลนั้นก็เพื่อถวายความเคารพไปตามกิริยาแห่งสมมติเท่านั้น แม้พระองค์กับพระสาวกจะเสด็จมาหรือไม่ก็มิได้สงสัยว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ อันแท้จริงมีอยู่ ณ ที่แห่งใด แต่เป็นความเชื่อประจักษ์ใจอยู่เสมอว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต อันแสดงว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ มิใช่ธรรมชาติอื่น ใดจาดที่บริสุทธิ์หมดจดจากสมมติในลักษณะเดียวกันกับพระรัตนตรัย พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่เราตถาคตถามเธอ ก็มิได้ถามด้วยความเข้าใจว่าเธอมีความสงสัย แต่ถามเพื่อเป็นสัมโมทนียธรรมต่อกันเท่านั้น บรรดาพระสาวกที่ตามเสด็จพระพุธเจ้ามาแต่ละพระองค์และแต่ละครั้งนั้น มิได้กล่าวปราศรัยอะไรกับท่านพระอาจารย์มั่นเลย มีพระพุทธเจ้าประทานพระโอวาทพระองค์เดียวส่วนพระสาวกทั้งหลายเป็นเพียงนั่ง ฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม น่าเคารพเลื่อมใสมากเท่านั้นแม้สามเณรองค์เล็ก ๆ ที่น่ารักมากกว่าจะน่าเคารพเลื่อมใส 

    เพิ่มเติมประวัติพระอาจารย์มั่น หน้า 127 
    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าโคกมน บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

               ...... นิพพานไม่ได้สูญ ไม่ได้อยู่ตามที่โลกคาดคะเนหรือเดากัน ทำจริงจะได้เห็นของจริง รู้จริง และจะเห็นนิพพานเอง เห็นพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านบริสุทธิ์เอง และหายสงสัยโดยประการทั้งปวง.....

    เพิ่มเติม หนังสือชีวประวัติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2535 หน้า 129-130
    หลวงปู่ชอบ กับ ในหลวง 
    พระเทพสิทธิมุนี หรือพระอาจารย์โชฎก ญาณสิทธิ ป.ธ. 9 วิปัสนาจารย์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนี 

               ...... เมื่อสังโยชน์ถูกละไปได้ ก็กลายเป็นคนที่เต็มเปี่ยม เป็น "คนที่สมบูรณ์ที่สุด" ของความเป็นมนุษย์ (คือ พระอรหันต์) เป็นสภาพสูงสุดตามหลักของพระพุทธศาสนา พระอรหันต์มี "ความว่างจากตัวตน-ของตน" โดยสิ้นเชิง มีอิสระเหนือทุกอย่าง เพราะว่าเป็นผู้ "รู้จริงถึงที่สุด" ที่เรียกว่า "ว่าง" นี้ ว่างอย่างถูกต้องตามหลักของพระพุทธศาสนา คือไม่ใช่ว่างชนิดที่เขาพูดกันว่า เช่นว่า จิตนึกคิดอะไรไม่ได้ กายก็แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ แต่ที่ถูกนั้น เป็นความว่างจากกิเลส ว่าง ที่เฉลียวฉลาดที่สุด ว่องไวที่สุด เต็มไปด้วย "สติ ปัญญาถึงที่สุด" ไม่มีการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน-ของตน หรือความเห็นแก่ตัว เมื่อไม่มีตัณหาอุปาทาน มรรคผลนิพพานจึงอยู่แค่จมูก แค่หน้าผากนี่เอง จะคลำพบได้ถ้า "รู้" ว่ามันอยู่ที่ไหน ไม่ใช่เป็นเรื่องเหลือวิสัย หรืออยู่นอกฟ้าป่าหิมพานต์ หรือจะได้ก็ต่อเมื่อ "ตายแล้วเกิดแล้วหลายร้อยหลายพันชาติ" นี่คือ ลักษณะ ความหมาย คุณค่า และอานิสงส์ของ "ความรู้" เพื่อนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า มรรค ผล นิพพาน ซึ่งยังไม่พ้นสมัยเลย.....

    เพิ่มเติม หนังสือ ไม่รู้-ไม่ได้ 
    หลวงปู่อ่ำ หรือ พระราชกวี (อ่ำ ธมฺมทตฺโต) ปธ. ๖ วัดโสมนัสวิหาร กทม. 

               ......มีการขุดพบแผ่นหินโบราณ หลายพันแผ่น ที่ เมืองโบราณและวัดใกล้เคียงใน จ.ราชบุรี แผ่นหินมีการจารึกคำไทยโบราณ หรือลายสือไทย โดยมีหลวงปู่ที่อ่านออกเท่านั้น พบว่าเป็นบันทึกของคนไทยที่อาศัยอยู่บริเวณ ราชบุรี เมื่อประมาณ พ.ศ. 235-300 โดยมีบันทึกประวัติศาสตร์ชาวไทย ตั้งแต่สมัยพุทธนันดรที่ ๑ (พระพุทธเจ้ากกุกสัณโธ) คือเมื่อประมาณ 5000 ล้านปีก่อน เรื่อยมาจนถึง พุทธนันดรที่ ๔ (พระพุทธเจ้าสมณโคดม) คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน โดยคนไทยใน พ.ศ. 200 กว่านี้มีวิชาที่สามารถคุยกับดวงวิญญาณของต้นตระกูลคนไทยเมื่อสมัยพุทธนันดร ที่ ๑ ได้ ต้นตระกูลไทยได้เล่าความเป็นมาตั้งแต่ต้นกัปจนถึงสมัยพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน โดยหลวงปู่อ่ำได้อ่านข้อความในแผ่นจารึกที่ ๗๑๕ หน้า ๑ เป็นคำเล่าสมัยคนไทยในพุทธนันดรที่ ๓ เป็นภาษาไทยโบราณ ดังนี้ 

    ....เมื่อ คนเหลืองสองสิ้นนานล้นหลาย เมืองนี้ชื่อ เมืองแผน ขุนชื่อแผนเมืองฟ้า ขุนหญิง ชื่อดวงขวัญใจ หมู่มึงชื่อ ลวไทย ถึงคนเหลืองสามก็ดีมาสอนเหล่ามึง มื้อนั้น ข้าฟังด้วยสางมิลุอื่น ลุแผน(พรหม) หมู่ลวไทยไปสู่เมืองแสงใสมาก กูยังอยู่กับมึง......

    ซึ่ง หลวงปู่อ่ำได้อธิบายไว้ว่า หลังจากสิ้นยุคพุทธนันดรที่ ๒ (คนเหลืองสอง = คนไทยยุคที่ ๒) คนไทยสมัยต่อมาคือยุคที่ ๓ นั้นได้เกิดและได้ฟังธรรมกับพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๓ แห่งกัปนี้คือ พระพุทธกัสสป พระองค์มีพระชนม์ชีพอยู่ ๒ หมื่นปีจึงดับขันธ์ปรินิพพาน เข้าเมืองแสงใส ซึ่งก็คือเมืองแก้วแสงใส ชื่อไทยนี้ คนไทยคงเรียก นิพพาน มานานแล้ว ปราชญ์บัณฑิตโบราณาจารย์จึงกล่าวเสมอๆ เช่น ถึงเมืองแก้ว อันกล่าวแล้ว คือ อมตมหานครนฤพาน ดังใน มหาเวสสันดรเทศนา กุมารกัณฑ์ 

    อ่านเพิ่มเติมดูที่หนังสือ พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ ราชบุรีวัตถุกถา ตำนานเมืองขุนไทย (ที่คัดมานี้อยู่หน้า 69-70) หนังสือเล่มนี้หนามากกว่า 700 กว่าหน้า 
    พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์ (หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา) 
    วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ ลำพูน

               .... (หลวงปู่เล่าเรื่องประวัติตัวเอง ตอนสอนชาวเขาในดอยเรื่องศีลและเรื่องบุญที่ผิดและถูก) บางคนก็ไม่เคยเห็นหน้าทุพระสักชาติ รู้จักแต่ชื่อเท่านั้น เพราะเขาเป็นคนป่าบางคนก็ถามว่าตัวศีลนั้นมันเป็นตัวอย่างไร ใหญ่หรือเล็ก เราอยากรุ้แน่ๆ ถ้าดีแท้เราก็จักเอา พระชัยยวงศา ก็บอกให้เขาไปว่าตัวศีลนั้นมี ๕ ตัวใหญ่ที่สุด ถ้าเราถือไม่ได้ก็หนักที่สุดพาเราล่มจมลงไปสู่นรก ครั้นเราถือได้มันก็เบา คือศีลนี้จักพาเราขึ้นไปเสวยสุขคือ ชั้นฟ้า ชั้นพรหมโลก สุขที่สุดก็คือ เวียงแก้วยอดเนรพาน อยู่เสวยสุขไม่มีทุกข์ ไม่มีตาย มีความสบายสุดเสี้ยงหั้นแลสูเหย......

    ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือ พระชัยวงศานุสสติ (มีขายที่ร้านแพร่พิทยา) เนื้อหาข้างต้นคัดมาจากหน้า 76
    พระศพของหลวงปู่ไม่เน่าสลาย

     
    หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศา กับในหลวง           .... นิพพานเป็นแดนแห่งความมั่นเที่ยง นิพพานแล้วเป็นสุข นิพพานมีสาระเป็นแก่นสาร นิพพานมีความเป็นสุขอย่างยิ่ง พระนิพพานไม่ใช่อัตตา พระนิพพานเป็นปัจจัตตัง......
               .... เราจะเดินทางไปนิพพานจะทำอย่างไร จะขี่เครื่องบินก็ไม่ถึง ขี่จรวดก็ไม่ถึง ถ้าทำได้บันไดแก้ว บันไดทองจะปรากฏมาเองไม่ต้องเดินเหนื่อย 
               .... เราเป็นมนุษย์ ปัจจุบันนี้พวกเทพอยู่ข้างบนมองเราคล้ายกับหนอนอยู่ในอาจม เทพจะมาใกล้ก็ไม่ได้เพราะเหม็นเน่า สุดแล้วแต่ตัวเราเองจะดึงตัวเองขึ้นมา เราจะดึงตัวเองขึ้นได้คือ่ารู้จักโทษ อันนี้เป็นโทษอันนั้นเป็นโทษ โดยการรรักษาศีล ๕ ศีล ๘ ให้ได้เรียกว่า ช่วยตัวเองแล้ว รับศีลแล้วก็ภาวนารำพึงหากุศลผลบุญที่ได้สร้างก็ดี รำพึงหาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็ดี ให้จิตสว่างกระจ่างแจ้งตั้งใจจะติดตามพระอริยเจ้าให้ทัน
              พระพุทธจ้าก็รออยู่ชั้นบนนั่นแหละ กวักมือเรียก มา มา คนก็ไม่อยากขึ้นไป จะขึ้นไปก็สงสัย ไม่รู้จะขึ้นไปทางใด 
               ให้ตั้งมั่นภาวนารึงพึงทิ้งขันธ์ ๕ ขันธ์ก็ไม่เอา อะไรก็ไม่เอา พวกเทพจะมาโปรดก็มาได้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะมาโปรดก็มาได้ ถ้าเราไม่ยอมกระโดดออกจากหลุม จะจมอยู่ในอาจมนั้น พวกเทพจะมาช่วยก็เหม็นมาไม่ได้ มีแต่พวกเดียวกันถึงมาได้ 
               พวกเหม็นเหมือนกันคือ พวกเทพที่ไม่ดี เทพกาลกิณีก็มา เราไม่ทำก็บังคับให้ทำ เราจะทำดีมันไม่ให้ทำ ให้ทกแต่ทีร้ายๆ ......

    (ท่านใดทราบชื่อหนังสือ และหน้าของคำสอนของหลวงปู่ กรุณาแจ้งให้ทางเว็บทราบด้วย ขอบคุณครับ) 
    หลวงปู่ลี ธมมฺโร วัดอโศการาม จ.สมุทธปราการ

    .... โลกมนุษย์มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย โลกของเทวดานันมีเกิดกับตาย ไม่มีแก่ ไม่มีเจ็บ โลกนิพพาน ไม่มีทั้งเกิด ไม่มีทั้งตาย......
    .... กายเป็นของสูญ เปื่อยเน่า จิต เป็นของไม่สูญ ไม่ตาย ......
    .... จิตที่ดับจากกาย ย่อมหายไป เหมือนกับไฟที่ดับจากเทียน ไม่มีรูปร่างลักษณะให้ตาเนื้อของเราแลเห็น แต่ไฟนั้นก็มิได้สูญหายไปจากโลก......

    ดูเพิ่มเติมที่ ธัมมธโรวาท ใน หนังสือ ธรรมโอวาท ๙ หลวงปู่อริยสงฆ์ โดย ธรรมสภา ชมรมนักเรียนเก่าแอล เอส อี 2535 

    หลวงปู่ฝั้น กับในหลวงหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร

    .... ความสุขใด เสมอจิตสงบไม่มี......
    .... จุติแปลว่าความเคลื่อน ภาษาเราว่าตาย แท้ที่จริงนั้นจิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตกของทำลาย แลไม่ใช่ของสูญหาย......
    .... ผู้รู้ ไม่ใช่ของแตก ของทำลาย ของตาย ของดับ......
    ..... เมื่อเราพิจารณาเห็นควมจริง แจ้งประจักษ์ อย่างนี้แล้วจิตมันก็เลยละได้ เมื่อจิตละได้แล้ว มันก็วางจากรูป วางจากรูปมันก็ถึงอรูปภพ อรูปภพคือเป็นอย่างไร คือจิตว่างหมดไม่มีอะไร แต่เหลือผู้รู้ ความรู้นี้แหละ เป็นของสำคัญที่เรียกว่า "พุทธ" คือผู้รู้......
    .... พระพุทธเจ้าสอนให้จิตมันเที่ยง เหมือนพระนิพพานเป็นของเที่ยง ไม่ แปรผัน ยักย้าย ไม่มีอะไรทั้งนี้เราไม่เที่ยง เราถึงเป็นยังงี้ สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็ฯทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นก็ไม่ใช่ ตัวตน ท่านจึงสอนให้ทำจิตให้มันเที่ยง......

    ดูเพิ่มเติมที่ อาจารโรวาท ใน หนังสือ ธรรมโอวาท ๙ หลวงปู่อริยสงฆ์ โดย ธรรมสภา ชมรมนักเรียนเก่าแอล เอส อี 2535 
    หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

    .... พระนิพพานมิใช่ผู้รู้ เหนือผู้รู้ไปจนไม่มีที่หมาย พระนิพพานเหนือผู้รู้ไป จนไม่มีที่หมาย ถ้าหมายอยู่ก็พอเหมือนๆ นี่เอง ก็พอหมุนๆ นี่เอง มีปัญหาว่าถ้าอย่างนั้นก็สูญสิ แต่สูญในพระนิพพานมีขอบเขต สูญจากกิเลสเท่านั้น รส ของพระนิพพานมีอยู่ ใครเป็นผู้ดื่มรสพระนิพพาน ก็พระนิพพานเท่านั้น จะได้รับรสพระนิพพาน ไม่เป็นหน้าที่ของสังขารจะไปก้าวก่าย พระนิพพานเป็นอนัตตาหรือไม่ พระนิพพานไม่ได้อยู่ในวงแขนของท่านผู้ใดโดยถ่ายเดียว เป็นของกลางอยู่อย่างนั้น ไม่เกิดไม่ดับไปไหน เป็นอนัตตาธรรม ที่ไม่เกิดไม่ดับไปไหน ไม่มีใครใส่ชื่อล้อนามให้ก็ตาม ก็เป็นจริงทางไม่เกิด ไม่ดับอยู่อย่างนั้น เราจะเอาพระนิพพานมาเป็นอนัตตา เหมือนขันธ์ ๕ และกิเลสทั้งหลายมันก็ไม่ถูก เรียกว่าแยกอนัตตาธรรมไม่ถูก เช่น ผู้รู้ดังนี้ จะเอาผู้รู้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเทียบกับพระปัจเจกๆ มาเที่ยบกับสาวก สาวิกา อรหันต์ก็เรียนกว่ายกตนเทียมท่าน สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ ชาวพุทธจะรู้เท่านั้น ......

    (หากท่านใดทราบชื่อหนังสือและหน้า ของคำสอนของหลวงปู่ โปรดช่วยระบุด้วยคับ) 
     พระนาคเสน มหาเถระ พระอรหันต์สมัยพุทธปรินิพพานไป ๕๐๐ ปี ผู้ตอบปัญหาพระเจ้ามิลินทราชา

    ......ผู้ที่ยังไม่ได้นิพพานก็รู้ว่านิพพานเป็นสุข เพราะได้ยินเสียงพวกได้นิพพาน.....
    ..... พระพุทธเจ้ามีจริง แต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ด้ว่าอยู่ที่ไหน เหมือนเปลวไฟที่ดับแล้วก็ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน อาจชี้ได้เพียงพระธรรมกาย ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น........
    ..... นิพพานมีอยู่จริง แต่ว่าไม่มีใครอาจแสดงให้เห็ฯได้ว่า นิพพานมีสี สัณฐาน เล็ก ใหญ่ ยาว สั้น อย่างไร เปรียบเหมือน ลม ที่มีอยู่จริง แต่ก็ไม่มีใครสามารถ แสดงลมให้เห็นด้วย สี สัณฐาน เล็ก ใหญ่ ยาว สั้น ได้ 
    ...... นิพพานเป็นของไม่ควรกล่าวว่าเกิดขึ้นแล้ว หรือยังไม่เกิด จักต้องเกิด ไม่ควรกล่าวว่าเป็นอดีต อนาคต หรือปัจจุบัน ไม่ควรกล่าวว่า เป็นของต้องเห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู รู้ด้วยจมูก ลิ้นกาย อย่างใดเลย.........
    ......นิพพานเป็นของต้องรู้ด้วยใจ พระอริยสาวกผู้ปฏิบัติชอบแล้วย่อมได้เห็นนิพพาน ด้วยใจอันบริสุทธิ์ อันสงบประณีต อันเที่ยงตรง ไม่มีเครื่องกั้นกาง อันไม่มีอามิส ....
    ...... นิพพานไม่มีของเปรียบ ไม่อาจชี้รูป หรือสัณฐาน วัย ประมาณ แห่งนิพพานได้ด้วยอุปมา หรือด้วยเหตุ หรือด้วยปัจจัย หรือด้วยนัย .....
    ...... นิพพานธาตุ อัน สงบ อันเป็นสุข อันประณีตนั้นมีอยู่ ผู้ปฏิบัติชอบ เมื่อพิจารณาสังขารตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็กระทำให้แจ้งนิพพานธาตุด้วยปัญญา.....
    ...... ที่ตั้งของนิพพานไม่มี นิพพานไม่ได้ตั้งอยู่ในทิศใด แต่นิพพานมี ผู้ปฏิบัติชอบ เมื่อเห็นความตั้งขึ้นและเสื่อมไปของสังขารทั้งหลายด้วยโยนิโสมนสิการแล้ว ก็กระทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน ดังเช่น ไฟมีอยู่ แต่ที่ตั้งแห่งไฟไม่มี เมื่อบุคคลเอาไม้มาสีกันเข้าก็ได้ไฟฉันใด ..... 

    ดูเพิ่มเติมที่ หนังสือมิลินทปัญหา 
    พระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี 

    นิพพานคืออะไร

    นิพพาน ๒ (ดับกิเลสมีเบญจขันธ์ และดับเบญจขันธ์แตกดับ)
    นิพพาน ๓ (ดับกิเลสมีเบญจขันธ์ และดับเบญจขันธ์เหลือแต่ธาตุดับธาตุสิ้นสลายหมดสิ้นไปด้วย)
    นิพพาน ๔ (ความดับกิเลสของพระอริยะตามลำดับชั้น พระโสดาบัน- สกิทาคามี-อนาคามี-อรหันต์)
    นิพพาน คือความเย็นทางวิญญาณ เย็นทางอารมณ์
    นิพพาน คือความไม่ร้อน (เพราะถูกไฟราคัคคิ-โทสัคคิ-โมหัคคิเผา)
    นิพพาน คือความสะอาดในภายใน นิพพาน คือความสว่างทางปัญญา
    นิพพาน คือความสงบทางอารมณ์ นิพพาน คือความอิ่ม ไม่หิวด้วย ตัณหา
    นิพพาน คือความบริบูรณ์ในความปรารถนา นิพพาน คือความพ้นจากห้วงมายาของโลก
    นิพพาน ไม่ดำ-ไม่ขาว-ไม่ยาว-ไม่สั้น-ไม่มีผู้หญิง-ไม่มีผู้ชาย
    นิพพาน มิใช่ความตาย หรือถึงได้เมื่อตายแล้ว นิพพานไม่ใช่เมืองแก้ว
    คนสามัญเปรียบเสมือนอาหารดิบ (คนดิบ-คนเถื่อน) 
    นิพพาน ดุจอาหารที่สุกแล้ว ผลไม้ที่สุกแล้ว
    นิพพาน เปรียบประดุจภาชนะที่ขัดสีเกลี้ยงแล้วสะอาดแล้ว
    นิพพาน เปรียบประดุจการนอนหลับเต็มอิ่มไม่ฝัน
    นิพพาน เปรียบประดุจการเดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
    นิพพาน คือภาวะความพ้นจากความเถื่อน
    นิพพาน มีแต่อาการเคลื่อนไหว ตนผู้เป็นผู้โกรธเกลียดไม่มี

    พ้น ปุถุชน ก็ถึงอริยะ-พุทธะ / พันสังสารวัฏฎ์ ก็ถึงพระนิพพาน / พ้นมืด ก็สว่าง / พ้นโง่ ก็ฉลาด / พ้นสกปรก ก็สะอาด / พ้นโลกิยะ ก็ถึงโลกุตระ / พ้นร้อน ก็เย็น / พ้นเด็ก ก็ผู้ใหญ่ / พ้นดิบ ก็สุก / พ้นเห็นแก่ตัว ก็เสียสละ / พ้นทุกข์ ก็สุข / พ้นร้าย ก็ดี

    อาลยสมุคฆาโล ผู้ละความอาลัยได้แล้ว
    อนาลโย ผู้หมดความอาลัย
    นิโรโธ ผู้ดับความทุกข์ได้
    นิพพานัง ผู้ดับสิ่งเสียบแทงใจได้
    ปิปาสวินโย ผู้ไม่กระทำบาป 
    มทนิมมทโน ผู้ละความเมาในวัยในชีวิตได้
    วัฎภูปัจเฉโท ผู้ดับกระแสของวัฏฏะได้
    ตัณหักขโย ผู้ดับตัณหา ๓ ประการได้
    วิสุทโธ ผู้ถึงซึ่งความบริสุทธิ์
    วิมุตติ ผู้หลุดพ้นแล้ว
    วิสังขาร ผู้หยุดปรุงแต่ง ผู้ที่สิ่งใดมาปรุงแต่งไม่ได้ ผู้หมดการปรุงแต่ง
    อมตะ ผู้ไม่ตาย ผู้ถึงธรรมะที่ทำให้เป็นผู้ไม่ตายอีกต่อไป

    ขอ ให้สำเร็จในสิ่งที่ต้องการ กล้าหาญในสิ่งที่ชอบ ประกอบกิจด้วยมานะ อย่าละเลยผู้มีพระคุณ เจือจุนต่อผู้ต่ำต้อย อย่าด้วยมารยา ฉลาดในการคบเพื่อน ไม่แชเชือนในการงาน อาจหาญเมื่อมีอุปสรรค พลาดแพ้เป็นครูอดสูทำไม ลุกขึ้นยืนหยัดติดขัดแก้ไข ชีพยังหายใจดิ้นไปจนได้ดี อย่าเคืองคำสอน อย่าถอนคำสั่ง จงระวังคนยุ อย่าลุอำนาจ อย่าขาดความสามัคคี อย่าดีคนเดียว อย่าเที่ยวนินทา อย่าว่าคนเมา อย่าเอาของสงฆ์ อย่าขาดปลงกรรมฐาน.

    ดูเพิ่มเติมที่ www.jarun.org 


    .....จิต ของพระพุทธเจ้า ของพระอรหันต์ นั้นจะสูญสลายเมื่อนิพพานแล้ว ใครเข้าใจว่าจิตแม้จะถึงนิพพานแล้วก็ยังคงมีจิต ยังไม่สูญ ถือว่าเข้าใจเพี้ยน ใครเข้าพระพุทธเจ้าหลังปรินิพพานมีจิตมีวิญญาณมีอำนาจบันดลบันดาล ถือว่าไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ...พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ สันติอโสก

    นิพพานนี้ แปลว่า ความดับ ความ ทำลาย (ฆ่าให้ตาย) ความสงบเย็น แล้วมัน ก็มีการหมายถึงให้ชัดลงไปอีกว่า อะไรดับ หรือ ทำลายอะไร จึงเกิดความสงบเย็น ความชัดที่สุด ก็เจาะลงไปได้เลยว่า "กิเลสดับ" เป็นเป้าแท้เป็นผลแท้ที่สุด ดังนั้น ความทำลาย ก็คือ "ทำลายกิเลส" และ "ความสงบเย็น" ก็เป็นผลสมบูรณ์ของ "นิพพาน" เมื่อดับเมื่อทำลายถูกเนื้อแท้ ถูกเป้าแท้ เสร็จกิจ กิเลสไม่เกิดอีก - สูญสนิท

    "จิต"เมื่อนิพพานแล้ว ก็อยู่ตามเหตุปัจจัย ชี้ไม่ได้ว่า อยู่ที่ไหน เมื่อหมดเหตุปัจจัย ก็จะสูญสลายไป

    ผู้ถามยังหลงเห็นว่า จิตเป็นอัตตา ก็เลยนึกว่า คนผู้ถึงนิพพานแล้ว ตายลง "จิต" ก็ต้องยังคงอยู่ เพราะมีความเห็น หนักไปข้าง "สัสสตทิฏฐิ" คือ เห็นว่า จิตไม่มีสูญ จิตยิ่งบริสุทธิ์ ยิ่งเที่ยงแท้ ยิ่งนิรันดร์ เป็นความเห็นแนวเดียวกันกับศาสนาเทวนิยม หรือไม่ก็ "เลยเถิด"ไปยิ่งกว่านี้อีก จนกระทั่ง ขนาดว่า จิตแม้จะถึงนิพพานแล้ว แต่เมื่อตายลง ก็ยังคงมีจิต ยังไม่สูญ จึงสงสัยว่า เมื่อตายลง จิตพวกนี้จะไปอยู่ที่ไหน? อย่างคนที่ถามมานี่ไง? เพราะนิพพานแล้ว ไม่มีทั้งนรก ทั้งสวรรค์ นี่ขนาดเป็นพวกหินยาน หรือพวกเถรวาทแท้ๆ ในเมืองไทยเองนะนี่ ก็ยังหลง เข้าใจเพี้ยน ไปได้เช่นกัน

    หรือเป็น อัตตา จนกระทั่ง "เลยเถิด" เป็นสัสสตะนิรันดร์ แม้จะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เป็น พระพุทธเจ้าแล้ว ได้สร้างศาสนพุทธไว้แล้ว "ปรินิพพาน" ไปจากโลกแล้ว ล่วงเลยไปหลายพัน หลายหมื่นปี แล้ว ก็ยังหลงเห็นว่า ยังมีจิตมีวิญญาณ มีอำนาจบันดลบันดาล มาจากจิตวิญญาณพระพุทธเจ้า ซึ่งเนรมิตนั่น ให้คนนั้น มีฤทธิ์บันดาลนี่ให้คนนี้ ไม่สัมมาทิฏฐิกันอยู่ในวงการพุทธศาสนา สายเถรวาท หรือ หินยาน เต็มไปหมดในประเทศไทยนี่เอง มากมายถมถืด

    ตรงกันข้ามกับพวกสุดโต่งอีกฟากหนึ่ง คือ พวก "อุจเฉททิฏฐิ" ซึ่ง เป็นพวกที่มีความเห็นว่า "จิตไม่มีตัวตน" (อนัตตา) แบบพาซื่ออีกเหมือนกัน ดังนั้น เมื่อคนตายลงไป ทางร่างกายนี่แล้ว ก็จบกันเรื่องจิตวิญญาณ จิตก็ไม่มี วิญญาณก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว มันก็สูญไปเลย คนพวกนี้น่ากลัวมาก เพราะเขาจะไม่มีกรรมปางก่อน ปางหลัง เขาจะไม่เชื่อวิบากกรรม เขาจะเชื่อแต่กรรมปัจจุบันนี้เท่านั้น ดังนั้น เขาอาจทำกรรมชั่วได้ ถ้าปลอดภัย ในชาตินี้ หรือคุ้มกับการแลกเปลี่ยนกับโทษภัย เขาจะกล้าทำชั่วนั้น ถ้าความต้องการมากพอ เพราะบาป - บุญ ในชาติต่อไป เขาเชื่อว่าไม่มี ตายแล้วก็จบกัน

    เพราะพระพุทธเจ้าทรงยืนยันนักหนาว่า จิตแท้ๆ หรือวิญญาณบริสุทธิ์จากกิเลสนั้น มันไม่เป็นตัวตน (อนัตตา) มันหมดได้ว่างได้สูญได้ ไม่เกาะกุมยึดติดกันอยู่เป็นจิตเป็นวิญญาณอีกได้จริงๆ ถ้าหมดเหตุ หมดปัจจัย ในโลกนี้ 

    ที่ จริงแล้ว จากคำถามของผู้ที่ถามนี้ ทวนดูดีๆ แล้ว แสดงว่า ผู้ถามรู้อยู่บ้างเหมือนกันว่า นิพพาน หมายถึง ความดับ หรือ ความไม่เกิด แต่รู้ไม่ครบ รู้ไม่ละเอียด รู้แต่เพียงความหมายตื้นๆ ต้นๆ ของคำว่า นิพพาน อย่างพาซื่อ ไม่มีนัยละเอียดลึกซึ้ง และส่อถึงอีกว่า เป็นคนที่เข้าใจว่า "จิตเป็นอัตตา" ด้วย ก็เลยงง!

    นิพพาน หมายถึง ความดับนั้นก็จริง! แปลว่า ความไม่เกิดนั้นก็ถูกต้อง!
    แต่มันหมายถึง กิเลส หรือ ตัณหา หรือ อุปาทาน นั้นๆ ต่างหาก ที่ "ดับ" ที่ "ไม่เกิด"

    ผู้ ที่เชื่อมั่นและกล่าวกันอยู่ว่า "พระอรหันต์เมื่อตายไปแล้ว ย่อมขาดสูญ ย่อมพินาศ ย่อมไม่เกิดอีก" จึงเป็นผู้มี "ทิฏฐิชั่วช้า" ตามที่ภิกษุทั้งหลาย (ในสมัยพุทธกาล) ตามที่พระสารีบุตร ตามที่พระพุทธเจ้า ทรงกล่าว ยืนยันกับพระยมก ตรงกันหมด (พระไตรปิฏก เล่ม ๑๗ ข้อ ๑๙๘-๒๐๗ "ยมกสูตร")

    ดูเพิ่มเติมที่ [นี่....ตอบทุกปัญหา ๒] 
    พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต)

               .... เมื่อสำรวจมติเกี่ยวกับเรื่องนี้ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระไตรปิฎก และอรรถกถา ( คัมภีร์ ระดับสูงสุด ) ตามถ้อยคำของคัมภีร์นั้นๆ เอง ( ไม่ใช่อ่านแล้วมาสรุปเอง ) ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ไม่มีหลักฐานในคัมภีร์ใดเลย ที่กล่าวถ้อยคำระบุลงไปว่านิพพานเป็นอัตตา แต่หลักฐานในคัมภีร์ที่กล่าวระบุลงไปว่านิพพานเป็นอนัตตานั้นมี และมีหลายแห่ง......

    ดูเพิ่มเติมที่ [นิพพานคืออนัตตา] 


    ..... นิพพานของพระพุทธเจ้าไม่มีตัวตน เพราะฉะนั้นคำว่ามีแก้วใสผลึกมันก็ยังเป็นอัตตามีตัวตนหลวงปู่พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย นครปฐม

    ส่วนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงปู่เคยพูดว่า "เจ้าฤาษีลิงดำ กูเคยเห็นมันตั้งแต่เด็ก ๆ อายุ 7 - 8 ขวบ วิ่งตะลอน ๆ อยู่กลางทุ่ง หนอยตอนนี้เผลอแผล็บเดียวเป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง นิพพานของมันเป็นบ้านเป็นเมือง กูชักอยากได้ซักหลังหลอกหาแดกไปวัน ๆ คนมันก็โง่ชอบให้พระหลอก" 

    ดูเพิ่มเติมที่ หนังสืออยู่กับปู่ โดย คุณนารีรัตน์ นาคะเวช 

    ปุจฉา ๓
    เมื่อวันพฤหัสที่ ๒๐/๗/๒๕๔๓ ดิฉันฟังรายการลุงพรนิทานธรรม เวลา ๔ ทุ่ม สถานี AM 630 เธออ่านหนังสือเล่าหนึ่งให้ฟังว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำไปเรียนวิชากับ ท่านหลวงพ่อสดแห่งวัดปากน้ำ โดยหลวงพ่อปานวัดนมโคส่ง ไปให้เรียนด้วย หลวงพ่อสดเล่าให้ฟังว่าที่นิพพาน ทุกองค์จะมีลักษณะเป็นแก้วใส ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ ท่านให้ทุกคนมองไปที่ดาวบนท้องฟ้าถามว่าเห็นดาวที่กระพริบอยู่ไหม ท่านจะทำให้หยุดกระพริบให้หมดแสงลง แล้วก็สว่างขึ้นมาใหม่ นั่นแหละทุกคนจึงเชื่อว่าท่านบารมีสูงส่ง พอกลับมาพบหลวงพ่อปาน หลวงพ่อปานก็ถามว่าเป็นไง รู้แล้วยังนิพพานเป็นอย่างไร ก็แสดงว่าอย่างน้อยหลวงพ่อปานก็เชื่อเช่นนั้นว่าองค์จะใสเหมือนแก้ว ตกลงในพระไตรปิฎกสอนว่า ปรินิพพานคือดับขันธ์ ๕ แต่นี่ยังมีองค์ แปลว่าอะไร? ขออนุญาต กราบเรียนถามหลวงปู่ 

    วิสัชนา ๓
    " จริงๆแล้วที่คุณเขียนมาทั้งหมดนี่ ฉันก็ไม่ได้เห็นด้วยตานะ แล้วก็ไม่ได้ยินด้วยหูด้วยว่า หลวงพ่อสดท่านสอนอย่างไร กับท่านฤาษีลิงดำ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ต้องบอกว่า พวกศาสตราจารย์ที่มีกล้องส่องดวงดาวก็คงจะเป็นอรหันต์หมดแล้ว พวกนักดาราศาสตร์ก็คงจะบรรลุอรหันต์หมดแล้ว เพราะเห็นดวงดาวทั้งหมดในจักรวาล ถ้าต้องการเห็นก็ใช้ กล้องส่อง ที่บอกว่านิพพานเป็นแก้วใส เป็นแก้วผลึกนี่ แสดงว่านิพพานนี้เปราะบางมาก ถามว่าทำไม ก็เพราะว่าเมื่อแก้วมันโดยของแข็งก็ต้องแตก กระทบต้องร้าว เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าตรงนั้นคงจะเป็นสภาวะธรรมที่ท่านสมมุติขึ้นที่จะสอน ลูกศิษหรือเปล่า เราก็ไม่รู้ว่าเจตนาของท่านสอนนั้นสอนเพื่ออะไร สอนเพื่อให้เราเข้าใจอะไร หรือให้ผู้ฟังเข้าใจเรื่องใด เพราะฉะนั้นก็เลยอยากบอกว่า สิ่งที่ท่านสอนนี่ถูกหรือผิดจากพระไตรปิฎก ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะธรรมนั้นๆเหมือนกัน ตัวอย่างเช่นคำว่าจิตประภัสสร ความหมายของจิตประภัสสรไม่ได้หมายถึงปราศจากกิเลส แต่เป็นจิตที่พร้อมที่จะศึกษาเรียนรู้ กิเลสยังมี แต่มันโดนสยบ หรือโดนบังคับไว้ ด้วยวิขัมภนปหาพ ก็คือการกดข่มเอาไว้ กดข่มนี่มีกิเลสไหม มี แต่มันยังไม่ได้แสดงอำนาจออกมา มีจิตที่โดนกดข่มหมด ไม่มีอำนาจกิเลสเข้ามาครอบงำได้แล้วนี่ ก็จะพร้อมควรแก่การงานและทำกิจกรรมต่างๆ ในการศึกษาเรียนรู้ เล่าเรียน ขวนขวาย ท่องบ่น ทรงจำใดๆ ก็พร้อม จิตตรงนี้ เขาเรียกจิตประภัสสร แต่ไม่ใช่หมายถึง คำว่าประภัสสร คือหมดกิเลส หรือปราศจากกิเลส ยังมี เหมือนกัน 

    การที่หลวงพ่อสดท่านสอนท่านฤาษีลิงดำก็อาจ จะเป็นการสอนเพื่อให้เข้าใจถึงสภาวะธรรมบางช่วงบางขณะบางครั้ง มันไม่อาจจะมาเทียบกับหลักการในพระไตรปิฎกได้ เพราะในพระไตรปิฎกหรือคำสอนของพระพุทธเจ้านี่ พระองค์ทรงสอนว่า นิพพานมีสองอย่าง ก็คือ สะอุปปาอธิเสสะนิพพาน กับ อนุปาอธิเสสะนิพพาน เรียก ว่านิพพานที่ดับกิเลสแต่ยังเหลือเบญจขันธ์ เรียกว่าสะอุปปาอธิเสสะนิพพาน ส่วนนิพพานที่หมดกิเลสหมดเบญจขันต์ก็คือพระอรหันต์ที่บรรลุธรรมแล้วตาย หรือไปนิพพานนี่ คืออนุปาอธิเสสะนิพพาน ดับกิเลสแล้วไม่มีเบญจขันธ์ด้วย เพราะฉะนั้นนิพพานสองชนิดนี้มีอยู่ในพระไตรปิฎก และก็มีอยู่ในโลกของความเป็นจริงที่ผู้บรรลุธรรมปรากฏขึ้นแล้ว ตัวอย่างเช่นพระอรหันต์บางองค์ที่หมดกิเลสแล้วแต่ยังมีชีวิตอยู่ พระอรหันต์ประเภทนี้เขาก็เรียกว่า สะอุปปาอธิเสสะนิพพาน พระอรหันต์ที่เป็นฆารวาสหรือเป็นพระก็ตามทีหมดกิเลสแล้ว แล้วก็หมดชีวิตแล้ว คือตายแล้ว พระอรหันต์ประเภทนี้เขาก็เรียกว่า อนุปาอธิเสนิพพาน นิพพานในพระไตรปิฎกเขาแปลว่า ความดับกิเลส ดับ แล้วเย็น แปลว่า ความไม่แปรปรวนในจิต ไม่มีความแปรปรวนในจิต การไม่กระเพื่อมของจิต หรือ ความเย็นสนิทแห่งจิต ความปราศจากในจิต เป็นความพ้นวิเศษของจิต เหล่านี้เป็น ไวพจน์ของนิพพานเป็นที่มาของคำว่านิพพาน เพราะฉะนั้นคนที่ถึงนิพพานจริงๆนี่ เมื่อเขาไม่กระเพื่อม ไม่แปรปรวน พ้นวิเศษ และไม่มีความขุ่นข้องหมองมัวนี่ เขาไม่จำเป็นต้องมาอวด หรือมาบอก หรือมาชี้แจง หรือมาประกาศโฆษณา เพราะการอวด บอก ชี้แจง โฆษณา ก็คือการมีความรู้สึกว่าเรามีความสำคัญ เราดี เรามี เราได้ เราวิเศษ ยังมีตัวเราอยู่ มันก็ทำลายความหมายของคำว่า นิพพาน เพราะนิพพานไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน นิพพานของพระพุทธเจ้าไม่มีตัวตน เพราะฉะนั้นคำว่ามีแก้วใสผลึกมันก็ยังเป็นอัตตามีตัวตน เป็นเพียงแค่สภาวะชั้นพรหมเท่านั้นไม่ใช่นิพพาน "

    พุทธะอิสระ 

    ดูเพิ่มเติมที่ [ปุจฉา ๓] 
    ท่านพุทธทาสภิกขุ 

               ..... บางคนเชื่อว่า พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์นิพพานแล้ว ยังมีอะไรเหลืออยู่อีก เช่นเชื่อกันว่าพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ในโลกนี้ จะรวมตัวกันเป็นองค์ พระพุทธเจ้าขึ้นแล้วทำการปรินิพพานอีกครั้ง ซึ่งเรียกว่า ธาตุอันตรธาน ดังในหนังสือปฐมสมโพธิกถานั้นก็ดี หรือที่เชื่อกันว่าเจดีย์ต่างๆ ที่สำคัญๆ เช่น พระปฐมเจดีย์แสดงปาฏิหารย์ต่างๆ ได้นั้นก็ดี นั้นเป็นเพราะมีอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งแห่งองค์พระพุทธเจ้าเหลืออยู่ หรือถ้า กล่าวตามความเชื่อของคนประเภทนั้นก็คือว่า จิตหรือวิญญาณของพระพุทธองค์ยังเหลืออยู่นั่นเอง แต่ความเข้าใจเช่นนี้ ย่อมขวางกันกับหลักธรรมะและเหตุผลทั่วไปอย่างรุนแรง ไม่เป็นไปได้ตามที่เชื่อกันเช่นนั้น

    ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ถ้าหากสิ่งต่างๆ ที่เขาเห็นหรือเชื่อกันนั้นเป็นของเป็นไปได้จริง เช่นพระบรมธาตุจะกลับรวมตัวกันใหม่อีกนั้น ก็ต้องเป็นเพราะเพียงแต่คำอธิษฐานของพระองค์ที่ทรงอธิษฐานทิ้งไว้ อันอำนาจจิตแห่งการอธิษฐานนั้น จะอยู่ยืนยาวได้นานเพียงไรนั่นย่อมแล้วแต่อำนาจพิเศษแห่งจิตใจของผู้ที่ อธิษฐาน ส่วนตัวผู้นั้นเองที่เป็นพระอรหันต์แล้ว ย่อมดับสนิทไปโดยไม่ส่วนเหลือแท้จริง ส่วนอำนาจอธิษฐานซึ่งเป็นปาฏิหารย์ชนิดหนึ่งนั้นคงเหลืออยู่เป็นมรดกที่จะ เป็นปรโยชน์แก่ผู้อยู่ภายหลัง ที่ท่านผู้ล่วงลับไปแล้วเคยตั้งใจจะช่วยเหลือเท่านั้น การที่จะเชื่อว่า วิญญาณหรือจิตของพระพุทธองค์เป็นอมตะ คอยเฝ้าดูพวกเราหรือโลกมาจนอยู่จนบัดนี้นั้นเป็นของขบขันเหลือเกิน

    ถ้าจะกล่าวให้น่าฟังกว่านี้แล้ว ควรจะกล่าวว่าธรรมะนั่นแหละ คือวิญญาญหรือจิตของพระองค์ ที่ยังคงอยู่จนบัดนี้ มิน่าฟังกว่าหรือ .....

    คัดจาก หน้า 128-130 ของหนังสือนิพพาน พุทธทาสภิกขุ สนพ.สุขภาพใจ มีนาคม 2542 ISBN 974-7363-82-8
    • 0
  5. Nujtxeeg added a post in a topic NUJTXEEG---MUAJ TXUJ COJ MUS SIV KOM TSIM NUJ---MUAJ TSWV YIM COJ MUS SIV KOM MUAJ TXIAJ NTSIM---FOOD FOR THOUGHTS   

     
     
    NPLOG & THAIB ...LOS QHOV TWG LOS...?
     
    NPLOG yog cov neeg hais lus...TAI KRADAI...
    Uas yog hom lus nov siv pib txij cov neeg ...TAI LUE nyob...YUNNAN mus txog
    ...KUANG SI/GUANG SI... UAS YOG SUAV HNUB TUAJ QAB TEB...
     
    Lo lus THAIB/THAI...nyuam qhuav muab los siv tom qab WORLD WAR 2 xwb...
    Ua ntej ntawd THAIB/THAI...yog cov neeg ...NPLOG TXUAM KHAB MEEM & SUAV...
     
    THAIB/THAI...yog cov neeg TXUAM TXOOV ntau haiv neeg thiab rau lub npe cov neeg nov tias
    SIAM/XAB NYAM...ua siv lus NPLOG txuam lus KHAB MEEM...
    Dhau ntawd los ces mam li los siv lus NPLOG/KAB MEEM txuam lus INDIA uas
    tuaj nrog txoj kev ntseeg xws li...HINDU & BUDDHISM...
     
    Lus NPLOG tom qab nov thaum lees txais yuav BUDDHISM lawm ces mam li los kawm thiab siv
    lus INDIA txuam lus Nplog tuaj lawm xwb...
    Thaum ub cov lus INDIA nov nws yog siv ua lus HAUJ SAM & lus HUAB TAIS xwb...
     

    MAPS OF LAO LAN XANG...FROM 1200-1700 AD

    LAN XANG RAU SIB FAIB UA 3 TUS HUAB TAIS...1700-1800
    THIAJ POOB RAU THAIB KAV LAWM...

    FAB KIS TUAJ KAV TAU LAN XANG LAWM 1800-1947
    MAM LI LOS TU CIAM TEB NROG THAIB 1800
    THIAJ TAU MUAB...ISSAN...TSO MUS RAU THAIB KAV LAWM...
    THIAB MUAB TUS DEJ...MEKONG...LOS UA CIAM TEB
    NTAWM THAIB & LAN XANG...
    LAN XANG THIAJ RAUG HLOOV LOS UA...LAOS...
    TXOG NIAJ HNUB NOV XWB...

    LANNA/CHIANG MAI...KUJ YOG NEEG NPLOG THIAB...
    Vim li nov thaum ub NPLOG TEB CHAWS UAS HU UA...LAN XANG...nov thiaj loj dav mus rau sab
    THAIB TEB ...Vim cov neeg ISSAN nov yeej yog neeg Nplog tas nrho ...
    Dhau mus rau nram KHO RAT mus rau BANG KOK lawm no ces
    thiaj li yog teb chaws SIAM/XAB NYAM lawm xwb...
     

    NPLOG TEB...NIAJ HNUB NOV...
    • 0
  6. Nujtxeeg added a post in a topic NUJTXEEG-----PAJHUAM DEDICATIONS, COLLECTIONS, STORIES and MORE.....   


    TXHOB NCO TXOG KUV LAWM
     
    YAV TAS WB TAU MUAJ KEV SIB HLUB IB ZAUG DHAU LOS
    TAB SIS KOJ TWB NCAIM KUV MUS LAWM NTSIAG MOO TO
    TXAWM KUV TSEEM HLUB KOJ NPAUM TWG LOS KOJ TSIS TIG ROV QAB
    NTSHE KUV YUAV UA SIAB TSO WB TXOJ KEV HLUB NROG HUAB CUA YA...!
     
    YAV THAUM I WB TAU MUAJ KEV NKAUJ NRAUM IB ZAUG DHAU MUS
    TAB SIS KOJ TWB TSO WB TXOJ KEV HLUB TSEG YAM TSIS NCO TXOG KUV
    TXAWM KUV TSEEM TSHUA KOJ NPAUM TWG LOS KOJ TWB TSIS TAUG KUV MOO
    NTSHE KUV YUAV UA SIAB NRAUJ NCUA WB KEV NKAUJ NRAUG ES TXHOB NROO....!

     
    TXIJ NOV MUS YOG MUAJ HMO KUV TSEEM UA NPAU SUAV ROV POM KOJ
    MAM XAV TIAS NWS YOG IB ZAJ NPAU SUAV PHEM ES YUAV TAU TSIM KOM NTO
    MAM NTUAS TUS XYWS NOV KOM MUS KOM PLOJ RAU HNUB COOG HLI KAWG
    KOM TAS KUV SIM NEEJ NOV ES NTXHOB NTSIB TXHOM POM NWS MUS LI LAWM...!
     
    TXIJ NOV MUS YOG MUAJ HNUB KOJ TUS DUAB TSEEM LOS TAWM KUV NRUAB SIAB
    MAM CEEV FAJ TIAS NWS TSUAS YOG TUS DAB PHEM LOS UA HNUB UA HMO NTXIAS
    MAM HLAWV XYAB NTAWV TSO NROG DEJ NTIAB KOM NWS MUS LAWM ZAJ TEB ZAJ QHO
    KOM TAS KUV TIAM NEEJ NOV NRUAB HNUB HMO NTUJ LOS TXHOB NTSIB TXHOB HNO TXOG...!
     




     
     
     
    • 0
  7. Nujtxeeg added a post in a topic PAJHLI---HMO HLI NRA TSEEM TOS...   


    ...CIA UA PHOOJ YWG HLUB...
     
    YAV TAS LOS KUV THIAB KOJ TAU MUAJ KEV NKAUJ NRAUM SIB HLUB
    WB TXOJ KEV HLUB YUAV ZOO NPAUM LI NRAUG HLI THIAB NKAUJHNUB
    LOS LUB NTUJ TWB TSIS PUB KOM WB TAU LOS NYOB UA KE
    WB TXOJ KEV HLUB NKAUJ NRAUM THIAJ PLAM LI PLHUAV LUB SIAB MOB QUAJ DHE...!
     
    YAV TAS LOS KUV THIAJ KOJ TAU MUAJ KEV DAJ DEE HMOV TSHUA
    WB KEV DAJ DEE TWB ZOO NPAUM LI NRAUG NAB THIAB NKAUJ NTSUAB
    LOS LUB NTIAJ TEB TWB TSIS PUB KOM WB TAU LOS NYOB CIAJ YIM
    WB TXOJ KEV DAJ DEE HMO TSHUA THIAJ PLAM LI PHLUAV LUB PLAWV MOB NTSIM...!

    TXAWM KUV THIAB KOJ YUAV TSIS TAU UA TXWJ NKAWM NYOB UA KE
    TXAWM KUV THIAB KOJ YUAV TSIS TAU CIAJ CUAB YIG KOOM UA IB TSEV
    LOS CIA WB MAM NYOB UA NKAUJ MUAM NRAUG NUS ZOO KOOM LUB NTIAJ TEB
    YOG HNUB TWG WB HO SIB NCAIM LOS WB THIAJ TSIS MOB LUB SIAB LUB CEV...!
     
    TXAWM KUV THIAB KOJ YUAV TSIS TAU UA TXWJ NKAWM NYOB KOOM TSEV
    TXAWM KUV THIAB KOJ YUAV TSIS TAU MUAJ TSHOOB KOS KOJ CIAJ KUV SEV
    LOS CIA WB MAM NYOB UA 2 TUS PHOOJ YWG HLUB KOOM LUB NTUJ
    YOG HNUB TWG WB HO TAU SIB TSO LOS WB 2 LUB PLAWV THIAJ TSIS MOB NCUS...!

     
    TSEEM NCO NTSOOV THAJ CHAW NTAWM NO...
      
    • 1
  8. Nujtxeeg added a post in a topic Bawg Nujtxeeg - World Pauslistiv   


    THAILAND WILL BECOME...UNITED DEMOCRATIC REPUBLIC OF THAILAND...IN THE FUTURE
    IB HNUB TOM NTEJ NOV...THAIB TEB YUAV HLOOV MUS UA...สหพันธรัฐไท...
     
    VIM THAIB MUAJ NTAU PAB PAWG PEJ XEEM & NTAU THAJ AV/CHAW
    RAWS LI NEJ TAU POM DAIM...MAP...SAUM TOJ NOV...
    THIAJ YUAV TAU LOS HU TIAS " ...UNITED DEMOCRATIC REPUBLIC OF THAILAND..."
     
    TXHAIS TAU HAIS TIAS...THAIB TEB MUAJ HUAB TAIS LOS TAU...YOG HUAB TAIS...
    TSUAS UA TUS MAJ ZEEJ XWB ES YEEJ TSIS MUAJ FWJ CHIM LI NIAJ HNUB NOV NO CES...OK...
    HO YOG ...HUAB TAIS THAIB...TSEEM YUAV TUAV NWS TUS FWJ CHIM LOJ LOJ LI NIAJ HNUB NOV
    CES XUM MUAJ ...HUAB TAIS... POV TSEG MUS LI...
     
     
    PEJ XEEM THAIB NYOB TXAWV TEB CHAWS THOOB QAB NTUJ
    TAU SIB TEEM RAU ...JANUARY 14, 2018...NOV
    LOS UA HNUB RAWS PRAYUTH & NWS PAB TUB RO.G
    KOM KHIAV TAWM TXOJ KEV TSWJ TEB KAV CHAW
    UAS TWB DHAU LOS LAWM YUAV TAU 4 LUB XYOOS...
     
     
    TEEB MEEM THAIB TEB YUAV TSIS PLOJ YOOJ YIM
     
    THAUM LUB JANUARY 20, 2018 NOV
    PEJ XEEM THAIB...NYOB THAIB TEB TAU TAWM LOS QW TAUG KEV
    ...TXOG QHOV LAWV YUAV TAWM TUAJ TAUG KEV MUS SIB NTSIB PEJ XEEM RAU PEJ XEEM...
    LUS THAIB TIAS...เดินทางมิตรภาพ...
    LUS MESKAS TIAS YOG...FRIENDSHIP WALKING...
    LAWV YUAV TAUG KEV NTAWM...
    UNIVERSITY THAMMASAD IN BANGKOK MUS KOM TXOG LUB XEEV KHONE KANE...
     

    4 LUB XYOO UAS ..PRAYUTH & NWS PAB TUB RO.G THAIB
    TAU LOS TXEEB TSWJ TEB KAV CHAW TWB YUAV DHAU MUS LAWM...
    TEJ PEJ XEEM TSUAS TAU KEV TXOM NYEM NTXIV TUAJ XWB
    PRAYUTH CHAN OCHA...THIAB NWS PAB TUB RO.G TSWJ TEB KAV CHAW
    UA TSIS TAU DAB TSI LOS DAWS TEJ PEJ XEEM KEV TXOM NYEM KIAG LI
    TSUAS LOS SIV TEB CHAWS TEJ NYIAJ TX.IAG LOS SIB FAIB NYOB LOS SIB FAIB NOJ
    RAU NWS PAB PAWG NKAUS XWB...
     
    ZIAG NOV TEJ PEJ XEEM UV TSIS TAU NTXIV LAWM
    TAM SIM NOV LAWV THIAJ TAU TXIAV TXIM SIAB ROV TAWM TUAJ...PROTEST...MUS NTXIV
    CES COV...TAS LUAJ/POLICE OFFICERS KUJ TAU TUAJ MUAB COV PEJ XEEM PUAV/THAIV KEV LAWM...
    CES COV PEJ XEEM TSUAS NRES TOS NYOB NTAWM KEV LAWM XWB
    TSIS PAUB TIAS TEJ PEJ XEEM LAWV YUAV TUAJ COOB LI CAS NTXIV
    THIAB LAWV HO YUAV NYOB TAU MUS NTEV NPAUM LI CAS...
    THIAB THAUM KAWG LAWV PUAS YUAV RAUG TXHOM MUS NYOB NKUAJ LI CAS...
     
    YOG MUAJ PEJ XEEM TAWM COOB TUAJ NTXIV CES KUV TSIS XAV TIAS
    POLICE/TAS LUAJ YUAV TXHOM KOM TAS VIM YUAV TSIS MUAJ NKUAJ LOJ TXAUS
    CES YOG PEJ XEEM COOB DHAU LAWM...TAS LUAJ/POLICE...YUAV CIA LI MUAB LAWV
    LAIJ TAWM NTAWM QHOV CHAWS NOV MUS XWB...
    TAB SIS YOG PEJ XEEM TAWM LOS ...PAB THUAB/PROTEST...NTAU NTAU THAJ CHAW
    THOOB TEB CHAWS CES ...TAS LUAJ/POLICE...YUAV UA TSIS TAU DAB TSI LAWM...
     
    YOG THAUM ...TAS LUAJ/POLICE...UA TSIS TAU DAB TSIS LAWM CES
    PRAYUTH KAWG YUAV ...DECLARE MARTIAL LAWS...LOS TSWJ TEB CHAWS LAWM XWB...
    YOG PEJ XEEM TSIS MLOOG TUB RO.G TXOJ KEV NTIAB LAWV TAWM LAWM CES
    KAWG YUAV MUAJ KEV SIB NTAUS SIB TUA TUAJ LAWM XWB...
    YOG PEJ XEEM TAU NRAUG NTAUS & THIAB TUA CES PEJ XEEM KUJ HAJ YAM
    TAWM COOB TUAJ...YOG PEJ XEEM COOB TIAG TIAG THIAB TAWM THOOB TEB CHAWS
    LAWM TIAG...PRAYUTH & NWS PAB PAWG TUB RO.G CES KAWG YUAV TAU
    KHIAV TAWM/TSO LAWV TXOJ KEV TSWJ TEB KAV CHAW MUS LAWM XWB
    ES HO CIA RAU COV NOM TSWV PEJ XEEM SAWV LOS TUAV KEV TSWJ TEB KAV CHAW
    KOM TXOG RAU THAUM ROV MUAJ KEV ...XAIV NOM TSWV TSHIAB DUA...!
     
     
     
    PEJ XEEM THAIB TUAJ ...เดินทางมิตรภาพ/FRIENDSHIP WALKING...
    Yog lawv xav sim seb...DEJ YUAV MUAJ ZOG NTSAWV/TOB NTIAV... npaum li cas...
    "...TESTING THE WATER..."
     
    CIAS PEB SAIB MUS NTXIV SEB
    TEJ TEEB MEEM NOV NWS YUAV LOJ LOS YUAV ME
    NWS HO YUAV MUS XAUS LI CAS...
     
    RAWS XAV MAS...
    THAUM KAWG PEJ XEEM THAIB YEEJ YUAV RAWS KOM TAU PRAYUTH & NWS COV TUB RO.G
    TAWM KOM TAU NTAWM TXOJ KEV TSWJ TEB KAV CHAW NOV MUS...
     
    4 YEARS OF DICTATORSHIP...
    4 YEARS OF SUFFERING...ENOUG IS ENOUGH...!
     

    • 0
  9. Nujtxeeg added a post in a topic Suab Hmong News   


    LET'S CELEBRATE...
    PARTY IS HERE and NOW...!
     
    Kwv tij ROBOT...
    Zoo siab qhov koj ho taug kuv qab thiab mloog kuv moo os...
    Tej chaw nov/Hmongza nov ces yog yus nquag tuaj no ces
    yus kuj xav tuaj txhua hnub li thiab...Tab sis yog yus ho muaj
    dej num lwm yam ua es tsis khoom tuaj lawm no ces kuj cia
    li ua rau yus tsis mob siab tuaj lawm thiab os...
     
    Kuv tuaj ua si laug caij nyoog ntawm Hmongza nov kuj tau ntev
    heev los lawm...Cov neeg uas kuv ib txwm paub ces lawv twb
    ploj tas lawm ntau heev li...Tsuas ho muaj tus puav neeg tshiab li koj
    ho tuaj koom xwb...Muab hais ces kuv ntseeg tias sawv daws cov
    tuaj tuaj ntawm nov yuav cia li ploj mus lawm zuj zus...Muaj 1 hnub
    ces kuv los yuav cia li ploj twb ywm mus lawm thiab tiag...
    Hahaha...
     
    Txawm li cas los peb tuaj tau tsawg tus thiab ho yuav nyob tau mus
    ntev napum li cas no los sawv daws ho nyob sib nug moo npaum li
    peb yuav ua tau thiab xwb...Yog muaj ib hnub es peb tus twg ho ploj
    mus lawm no los kuj tsis pom qab ho yuav hais tau li cas...Vim lub caij
    nyoog yeej hloov tas mus li...Tib neeg lub neej txoj sia los yeej hloov
    mus raws lub caij nyoog tib yam...Yog leej twg ho tsis tuaj lawm no los
    kom peb nkag siab tias...tej zaum txog nws lub caij nyoog hloov mus lawm
    no xwb...
     
    Thaum peb tseem nyob nov ces muaj dab tsi los ho tuaj sib ntsib sib tham
    laug caij nyoog sij hawm...Yog hnub twg ho muaj tus tsis tuaj lawm no los
    sawv daws kuj mam ho ua ib siab no xwb mas...
     
    Zoo siab ntsib koj hnub nov...
     

    PARTY IS OVER...
    TIME TO MOVE ON...!
     
     
    • 0
  10. Nujtxeeg added a post in a topic Suab Hmong News   

    PEJ XEEM THAIB NYOB TXAWV TEB CHAWS THOOB QAB NTUJ
    TAU SIB TEEM RAU ...JANUARY 14, 2018...NOV
    LOS UA HNUB RAWS PRAYUTH & NWS PAB TUB RO.G
    KOM KHIAV TAWM TXOJ KEV TSWJ TEB KAV CHAW
    UAS TWB DHAU LOS LAWM YUAV TAU 4 LUB XYOOS...
     
    TEEB MEEM THAIB TEB YUAV TSIS PLOJ YOOJ YIM
     
    THAUM LUB JANUARY 20, 2018 NOV
    PEJ XEEM THAIB...NYOB THAIB TEB TAU TAWM LOS QW TAUG KEV
    ...TXOG QHOV LAWV YUAV TAWM TUAJ TAUG KEV MUS SIB NTSIB PEJ XEEM RAU PEJ XEEM...
    LUS THAIB TIAS...เดินทางมิตรภาพ...
    LUS MESKAS TIAS YOG...FRIENDSHIP WALKING...
    LAWV YUAV TAUG KEV NTAWM...
    UNIVERSITY THAMMASAD IN BANGKOK MUS KOM TXOG LUB XEEV KHONE KANE...
     

    4 LUB XYOO UAS ..PRAYUTH & NWS PAB TUB RO.G THAIB
    TAU LOS TXEEB TSWJ TEB KAV CHAW TWB YUAV DHAU MUS LAWM...
    TEJ PEJ XEEM TSUAS TAU KEV TXOM NYEM NTXIV TUAJ XWB
    PRAYUTH CHAN OCHA...THIAB NWS PAB TUB RO.G TSWJ TEB KAV CHAW
    UA TSIS TAU DAB TSI LOS DAWS TEJ PEJ XEEM KEV TXOM NYEM KIAG LI
    TSUAS LOS SIV TEB CHAWS TEJ NYIAJ TX.IAG LOS SIB FAIB NYOB LOS SIB FAIB NOJ
    RAU NWS PAB PAWG NKAUS XWB...
     
    ZIAG NOV TEJ PEJ XEEM UV TSIS TAU NTXIV LAWM
    TAM SIM NOV LAWV THIAJ TAU TXIAV TXIM SIAB ROV TAWM TUAJ...PROTEST...MUS NTXIV
    CES COV...TAS LUAJ/POLICE OFFICERS KUJ TAU TUAJ MUAB COV PEJ XEEM PUAV/THAIV KEV LAWM...
    CES COV PEJ XEEM TSUAS NRES TOS NYOB NTAWM KEV LAWM XWB
    TSIS PAUB TIAS TEJ PEJ XEEM LAWV YUAV TUAJ COOB LI CAS NTXIV
    THIAB LAWV HO YUAV NYOB TAU MUS NTEV NPAUM LI CAS...
    THIAB THAUM KAWG LAWV PUAS YUAV RAUG TXHOM MUS NYOB NKUAJ LI CAS...
     
    YOG MUAJ PEJ XEEM TAWM COOB TUAJ NTXIV CES KUV TSIS XAV TIAS
    POLICE/TAS LUAJ YUAV TXHOM KOM TAS VIM YUAV TSIS MUAJ NKUAJ LOJ TXAUS
    CES YOG PEJ XEEM COOB DHAU LAWM...TAS LUAJ/POLICE...YUAV CIA LI MUAB LAWV
    LAIJ TAWM NTAWM QHOV CHAWS NOV MUS XWB...
    TAB SIS YOG PEJ XEEM TAWM LOS ...PAB THUAB/PROTEST...NTAU NTAU THAJ CHAW
    THOOB TEB CHAWS CES ...TAS LUAJ/POLICE...YUAV UA TSIS TAU DAB TSI LAWM...
     
    YOG THAUM ...TAS LUAJ/POLICE...UA TSIS TAU DAB TSIS LAWM CES
    PRAYUTH KAWG YUAV ...DECLARE MARTIAL LAWS...LOS TSWJ TEB CHAWS LAWM XWB...
    YOG PEJ XEEM TSIS MLOOG TUB RO.G TXOJ KEV NTIAB LAWV TAWM LAWM CES
    KAWG YUAV MUAJ KEV SIB NTAUS SIB TUA TUAJ LAWM XWB...
    YOG PEJ XEEM TAU NRAUG NTAUS & THIAB TUA CES PEJ XEEM KUJ HAJ YAM
    TAWM COOB TUAJ...YOG PEJ XEEM COOB TIAG TIAG THIAB TAWM THOOB TEB CHAWS
    LAWM TIAG...PRAYUTH & NWS PAB PAWG TUB RO.G CES KAWG YUAV TAU
    KHIAV TAWM/TSO LAWV TXOJ KEV TSWJ TEB KAV CHAW MUS LAWM XWB
    ES HO CIA RAU COV NOM TSWV PEJ XEEM SAWV LOS TUAV KEV TSWJ TEB KAV CHAW
    KOM TXOG RAU THAUM ROV MUAJ KEV ...XAIV NOM TSWV TSHIAB DUA...!
     
     
     
     
    CIAS PEB SAIB MUS NTXIV SEB
    TEJ TEEB MEEM NOV NWS YUAV LOJ LOS YUAV ME
    NWS HO YUAV MUS XAUS LI CAS...
     
    RAWS XAV MAS...
    THAUM KAWG PEJ XEEM THAIB YEEJ YUAV RAWS KOM TAU PRAYUTH & NWS COV TUB RO.G
    TAWM KOM TAU NTAWM TXOJ KEV TSWJ TEB KAV CHAW NOV MUS...
     
    4 YEARS OF DICTATORSHIP...
    4 YEARS OF SUFFERING...ENOUG IS ENOUGH...!
     

     
     
    • 0
  11. Nujtxeeg added a post in a topic Bawg Nujtxeeg - World Pauslistiv   


    ROYAL KINGDOM OF OF LAO
     

    FLAG OF ROYAL LAO

    ANCIENT KING VISITING THE LAO PEOPLE
    ON ELEPHANTS' BACKS

    ROYAL LAO SEAL
     

    ROYAL LAO PALACE
     
    TSEV VAJ LOOG HUAB TAIS
    NYOB LUANG PRABANG...
     
    TSEV NEEG HUAB TAIS NPLOG...NYOB LUANG PRABANG...
    TXIJ THAUM FAB KIS KAV NPLOG TEB LOS TSUAS MUAJ LI NRAM QAB NOV...
     

    King OUN KHAM
    1811-1895
    Reign---15 December 1872– 25 March 1887

    King CHAKARINE
    1840-1904
    Reing---1896-1904
            
    King SISAVANGVONG
    1885-1959
    Reign---1904-1959
     

    King SISAVANG VATTHANA (LAST KING)
    1907-1978
    ( DIED IN CAPTIVE in VIENG XAY, SAM NEUA )
    Reign---1959-1975

    Crown Prince SIRIVONG SAVANG
    ( DIED IN CAPTIVE in VIENG XAY, SAM NEUA )
     

    Prince SORYAVONG SAVANG
    ( Youngest son of King  SISAVANG VATTHANA )
    1937-2018
    ( Died in Paris, France...January 2, 2018 )
     
     

    Crown Prince SOULIVONG SAVANG
    ( Son of SIRIVONG SAVANG
    and Grand Son of King SISAVANG VATTHANA )
    1963-ALIVE in Paris...

    Crown Prince SOULIVONG SAVANG & Wife Pricess CHANSOUK SOUKTHALA

    LAO ROYAL FAMILY MEMBERS...
    UNCLE SORYAVONG SAVANG  ( IN BLUE )
    &
    NEPHEW CROWN PRINCE SOULIVONG SAVANG
     

    Prince SORYAVONG SAVANG
     

    Prince SORYAVONG SAVANG IN OLD AGE
     

    ชาวลาวต่างประเทศร่ำไห้ "เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์" สิ้นพระชนม์แล้ว
    ประชาชนน้ำตานองทั้งแผ่นดิน...
    เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่าง (พระโอรสองค์สุดท้ายในสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ) สิ้นพระชนม์
    เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่างทรงเป็นพระโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนากับพระอัครมเหสีเจ้าหญิงคำผูย 
    หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศลาวพระองค์ทรงลี้ภัยไปประทับยัง กรุงปารีสโดยใช้ชีวิตแบบสามัญชน แต่พระองค์ก็ยังทรงได้รับความเคารพนับถือจากชาวลาวในต่างประเทศดังจะเห็นได้ จากพิธีถวาย พระราชบายศรีหลวงที่สมาคมฟ้างุ้มจัดขึ้นถวายทุกปีนอกจากนี้พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานพระญาติวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างร่มขาว เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่างสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2561 ณ กรุงปารีส พระชนมายุ 81 พรรษา
     
    อย่างที่หลายๆท่านทราบกันดีว่า พระมหากษัตริย์หรือที่คนลาวเรียกกันว่า “พระเจ้ามหาชีวิต” องค์สุดท้ายของลาวนั้นคือพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา และองค์ราชินีคู่พระบารมีคือ พระอัครมเหสีคำผูย 
    ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรส-ธิดาร่วมกันทั้งสิ้น 5 พระองค์ ได้แก่
    -องค์มกุฎราชกุมารวงศ์สว่าง
    -เจ้าฟ้าชายศรีสว่างวัฒนา
    -เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง
    -เจ้าฟ้าหญิงฉวีวรรณสว่าง มังคละมณีวงศ์
    -เจ้าฟ้าหญิงดาราสว่าง ศรีสุภานุวงศ์
    พ.ศ. 2518 ราชอาณาจักรลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตย ไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ราชบัลลังก์ลาวถูกยกเลิก สมาชิกราชวงศ์ถูกถอดออกจากฐานันดร
    บรรดาประชาชน พ่อค้าชาวขาย นักการเมืองนับล้านคน อพยพหนีคอมมิวนิสต์ออกนอกประเทศ ทว่าพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์ยังคงประทับอยู่ในลาว รวมทั้งอดีตกษัตริย์ พระราชินี 
    องค์มกุฎราชกุมาร พระราชโอรส เจ้าฟ้าชายพระอนุชาในพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัว
    หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีความพยายามจากฝ่ายราชอาณาจักรทูลเชิญอดีตสมาชิกราชวงศ์ให้เสด็จลี้ภัย รวมทั้งการต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ด้วยกำลังทางทหารอยู่หลายครั้งแต่ ผลลัพธ์กลับเป็นลบ
    ย่างเข้าปีที่ 2 แห่ง ”การปลดปล่อย” สมาชิกราชวงศ์ถูกเชิญตัวไปยังค่ายสัมนา เพื่อเรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพการณ์ใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล
    อดีตกษัตริย์ พระราชินี องค์มกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้าชายศรีสว่าง พระราชวงศ์ ราชนิกุล ที่ประทับในลาวเกือบ 30 องค์ถูกเชิญตัวไปพร้อมๆกัน
    ขณะที่เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง และพระชายา ซึ่งประทับอยู่ในนครเวียงจันทน์ ทรงไหวตัวหนีออกจากที่ประทับได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเสด็จข้ามมาฝั่งไทย และขอลี้ภัยไปยังฝรั่งเศสในเวลาต่อมา
    เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์เล็กของกษัตริย์และราชินีลาวองค์สุดท้าย จึงเป็นพระราชโอรสองค์เดียว ที่สามารถเอาชีวิตรอดจากระบอบใหม่ได้
    หลังการรวมตัวกันของอดีตนักการเมือง ข้าราชการ-ทหาร ประชาชนลาวโพ้นทะเล เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ได้ทูลเชิญ เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์ องค์ประธานสมาชิกพระราชวงศ์ รับราชภาระ
     “ผู้สำเร็จราชการ ต่างพระเนตร พระกรรณพระเจ้ามหาชีวิตแห่งราชอาณาจักรลาว”
    ระหว่างลี้ภัยในฝรั่งเศส เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง เปรียบดังองค์สมมุติกษัตริย์ของลาวพลัดถิ่น ทรงปฏิบัติราชกิจตลอดทั้งปี เพื่อบำรุงความเป็นลาวให้คงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางศาสนา และสังคม 
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหล่อเลี้ยงลมหายใจของประเพณีโบราณลาว เช่น การเสด็จไปเป็นองค์ประธานร่วมกับเจ้าฟ้าชายสุริวงศ์สว่าง องค์รัชทายาทลาว ในพระราชพิธีบาศรีหลวง 
    ที่ประชาชนลาวโพ้นทะเลพร้อมใจกันจัดถวาย บุญปีใหม่ บุญเข้า-ออกพรรษา ตลอดจนการปรากฏพระองค์ในที่ชุมนุมทหารผ่านศึก
    ทรงเป็นบุคคลสำคัญของชาวลาว ทั้งในฐานะที่เป็นหนึ่งในสามชิกราชวงศ์เพียงไปกี่องค์ที่มีช่วงชีวิตพาดผ่าน ประวัติศาสตร์โชกเลือดบนแผ่นดินลาว และในฐานะของศูนย์รวม “ความหวัง” ของลาวบ้านไกล...
     

    เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2480
    ที่โฮงหัวลาด พระราชอาณาจักรหลวงพระบาง แคว้นลาว
    ประเทศอินโดจีน สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระโรคชรา
    เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2561 ที่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส
    สิริพระชนมายุได้ 80 พรรษา 11 เดือน 12 วัน...
     
    =============================

    HUAB TAIS...SISAVANG VATTHANA TUS TUB NTXAWG
    HU UA ...SORYAVONG SAVANG...
    TAU TAS NWS SIM NEEJ NYOB RAU LUB NROOG PARIS,TEB CHAWS FABKIS
    THAUM JANUARY 2, 2018 NOV LAWM
    NWS LUB HNUB NYOOG YOG 81 XYOO...
    NWS YUG XYOO 1937---TUAG XYOO 2018
     
    NWS YOG HUAB TAIS SISAVANG VATTHANA TUS TUB NTXAWG...
    NWS NIAM & TXIV HUAB TAIS SISAVANG VATTHANA
    NROG NWS TUS TIJ LAUG HLOB UAS YOG ...SISRIVONG SAVANG...
    UAS YUAV SAWV LOS UA HUAB TIAS YOG ...SISAVANG VATTHANA... TAS NWS SIM NEEJ
    TAB SIS 2 NIAM TXIV HUAB TAIS & TUS TUB HLOB NOV LAWV TAU RAUG TSOOM FWV NPLOG LIAB
    MUAB COJ MUS KAWM/KAW...SAMMANA...NYOB NROOG VIENG SAI, XEEV SAM NEUA
    XYOO 1976-1978 CES LAWV TUAG TAS LAWM
    VIM TXOJ KEV TXOM NYEM & MUAJ MOB NKEEG...
     
    TSUAS TSHUA TUS TUB NTXAWG...SORYAVONG SAVANG...NOV
    NROG RAU COV TUB & NTXHAIS XEEB NTXWV THIAJ KHIAV TAU TAWM TEB CHAWS TUAJ XWB.
    NWS YOG TUS NEEG LAUS NTAWM TSEV NEEG HUAB TAIS
    YOG LI LAWV THIAJ MUAB NWS TEEB TSA LOS UA HUAB TAIS TUS SAWV CEV
    THIAB KHIAV DEJ NUM TAM HUAB TAIS NPLOG NYOB FABKIS.
     
    YOG TAS NWS LAWM CES YUAV YOG TUS TUB XEEB NTXWV UAS YOG...SOULIVONG SAVANG...
    TUS TUB HLOB NTAWM...SIRIVONG SAVNAG...SAWV LOS TUAV NWS TXOJ DEJ NUM MUS NTXIV.
    KOM TXOG HNUB TEB CHAWS NPLOG ROV TIG LOS UA...DOMOCRACY...
    MAM CIA PEJ XEEM NPLOG/HMOOB LOS XAIV SEB LAWV PUAS TSEEM
    XAV MUAJ HUAB TAIS MUS NTXIV MAM TSO TSEG...
     
    NTAWM KUV TUS KHEEJ...KUV YEEJ TSEEM TEEV HAWM...TSEV NEEG HUAB TAIS NPLOG
    NOV VIM KUV TAU YUG NYOB TEB CHAWS NPLOG...
    THIAB LOJ HLOB NYOB TEB CHAWS NPLOG...
    KUV TSEEM YOG PEJ XEEM NPLOG...
     
    KUV KUJ TSIS TAU POM HUAB TAIS NPLOG TSEV NEEG TAU TSIM TXOM PEB HMOOB
    QHOV TWG LI...TXIJ LI THAUM PEB HMOOB TAU KHIAV NYAB LAJ TEB
    LOS NKAG NYOB RAU NPLOG TEB...
    TSEV NEEG HUAB TAIS YEEJ CIA LI TXAIS PEB HMOOB LOS UA PEJ XEEM NPLOG
    THIAB MUAB KEV THAJ YEEB NYAB XEEB PUB RAU PEB LAWM XWB...
     
    THAUM TSOV RO.G NYAB LAJ NTAWD LOS HUAB TAIS NPLOG KUJ TAU LOS
    TSA TXIV NAIS PHOOS VAJ POV SAWV LOS UA TUB RO.G
    THIAB TAU MUAB NOM RAU VAJ POV UA TXOG QIB...NAIS PHOOS...DIAM.
    KUJ TSA TAU PEB HMOOB LUB VAJ HUAM THIAB FWJ CHIM LOS KAV PEB HMOOB
    KOM MUAJ TSIM THIAB TSIM TXIAJ XWS HAIV NEEG NPLOG LAWM...
     
    HUAB TAIS NPLOG KUJ TAU TUAJ SAIB XYUAS HMOOB TXOG ...LOOJ CEEB
    THIAB...SAM THONG...NPLOG KUJ TUAJ UA TSEV KAWM NTAWV RAU PEB HMOOB
    THOOB ZEJ ZOS KOM PEB TIAM NEEG NOV TXAWJ NTSE & DIM TXOJ KEV TXOM NYEM...
    SAWV MUS NROG HAIV NEEG NPLOG UA DEJ NUM TSWJ TEB KAV CHAW LAWM
    YAV TOM NTEJ YOG TEB CHAWS NPLOG TSIS TAWG & POOB UA...COMMUNIST...
     
    PEB HAIV NEEG HMOOB NYOB NPLOG TEB/LOS TSUA TEB YOG 1 HAIV NEEG
    UAS TAU MEEJ MOM THIAB DIM KEV TXOM NYEM VIM TSEV NEEG HUAB TAIS NPLOG NOV
    KUJ TAU HLUB PEB DUA LWM LUB TEB CHAWS UAS MUAJ HMOOB NYOB
    XWS LI...SUAV TEB, NYAB LAJ TEB, THAIB TEB, THIAB PHAB MAB TEB...
     
    VIM LI NOV HNUB NOV KUV THIAJ TUAJ TSHAJ TAWM TXOG 1 TUS TUB
    NTAWM TSEV NEEG HUAB TAIS NPLOG UAS TAU NCAIM PEB MUS LAWM
    TIAS PEB YEEJ KHUV XIM NWS & YEEJ TSEEM NCO NTSOOV TXOG TSEV NEEG
    HUAB TAIS NPLOG UAS TAU HLUB PEB HMOOB LOS LAWM...!
     
    THOV KOM ...PRINCE SORYAVONG...TUS NTSUJ PLIG MUS ZOO & MUS NTSIB NWS
    NIAM & TXIV HUAB TAIS...SISAVANG VATTHANA...RAU NTUJ CEEB CHEEJ...!
     
    NIAM HUAB TAIS & TXIV HUAB TAIS SISAVANG VATTHANA
    thiab tug tub...VAJ NTXWV SIRIVONG SAVANG 
    TAU MUS NYOB NKUAJ TAS LAWV SIM NEEJ
    RAU NROOG VIENG XAI, XEEV HUA PHAN...1966-1968
     
    TUS TUB NTXAWG...SORYAVONG SAVANG...
    KUJ TAU MUSTAS NWS SIM NEEJ NYOB RAU NROOG PARIS,
    FAB KIS TEB LAWM THIAB...
     
     
    TEARS IN HEAVEN...
     
    YOG KUV ROV NTSIB KOJ
    SAUM NTUJ CEEB TSHEEJ
    KOJ PUAS TSEEM YUAV PAUB KUV...?
    KOJ PUAS TSEEM YUAV NCO TAU KUV LUB NPE...?

    • 0
  12. Nujtxeeg added a post in a topic PAJHLI---HMO HLI NRA TSEEM TOS...   


    CIA WB NYOB UA KE LI NOV
    KOM TXOG HNUB WB LAUS LAUS UA POG YAWG
    THIAB YUAV TUAG UA KE
    MUS TXIA UA 1 PAWG AV...!
     
     
    3 LUB NTIAJ TEB...
    3 TIAM NEEG...
    3 LUB SIJ HAWM...
    1 TXOJ KEV HLUB...!
     

    ONCE UPON A TIME...
    เริ่มจากเราสอง มันเริ่มจากคนสองคน
    มีกามเทพสองตน ละแผลงศรอยู่สองคม
    ชะตาฟ้าลิขิตหรือจะสู้วะนะ คนเราอยู่กะฉัน
    และร่วมฝันละให้ชนะความจน
    อดทนอีกนิด รับพินิจไปติดจ๋านน
    NUJTXEEG...คนนี้ไม่ใช่ข้าราชการ
    ถึงพี่จะจน แต่พี่ก็ทนไม่เคยอาย
    จะรักแม่ยอดหญิง ไม่ทอดทิ้งจนวันตาย
    อยู่กับฉันได้ไหม ให้แก่เฒ่าเป็นตายาย
    ในบั้นปลายสุดท้ายของดวงชีวัน
    อยู่เคียงคู่กันแบบนี้ ให้ร่วงโรยเป็นธุลี
    กลับสู่ธรณี ฝังร่างนี้ไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน
    ฝังร่างไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน...
     

    MUAJ 1 ZAUG DHAU LOS...
     
    NWS PIB LOS NTAWM WB 2 LEEG...NWS TSHWM SIM LOS NTAWM WB 2 LEEG
    MUAJ 2 NPLOOOJ SIAB HLUB...TXIA UA 2 NPLAIM XIB XUB
    YOG WB 2 TXOJ HMOOV...NTUJ TSIM KOM WB LOS NYOB UA KE
    TXAWM WB YUAV RAUG KEV TXOM NYEM...LOS KEV HLUB YUAV YEEJ TXHUA YAM
    UA SIAB NTEV TOS TXOG HNUB...WB YUAV LOS SIB SAU NYOB UA KE
    TXAWM WB TXOM NYEM...LOS WB YEEJ TSIS TXAJ MUAG
    WB YUAV LOS NYOB UA KE...TXOG HNUB WB TUAG
    KOJ LOS NYOB NTAWM KUV LUB XUB NTIAG...KUV YUAV HLUB KOJ KOM TXOG HNUB TAS KUV TIAM
    WB YUAV NYOB UA KE...KOM LAUS LAUS TXIA UA POG & YAWG
    TXOG HNUB TUAG...YUAV FAUS UA KE
    WB YUAV TUAG UA KE...FAUS UA KE
    WB YUAV TXIA UA...TIB PAWG AV...!
     

     
     

     
    HAPPY NEW YEAR...2018...!
     

    • 0
  13. Nujtxeeg added a post in a topic NUJTXEEG---MUAJ TXUJ COJ MUS SIV KOM TSIM NUJ---MUAJ TSWV YIM COJ MUS SIV KOM MUAJ TXIAJ NTSIM---FOOD FOR THOUGHTS   

    ROBOT...
    Zoo siab koj tseem caum kuv qab thiab nug kuv moo os...
    Kuv ces kuj nyob tsev thiab xwb...Tab sis kuv ho cia li tsis
    tuaj xauj Hmongza ntxiv lawm...Vim yog nkeeg lawm thiab na...
     
    Kuv tuaj ntawm Hmongza nov ntev heev lawm...Ziag nov kev
    Lom Zem...Ua Si...ces txaus lawm...Tsis xav tuaj ua si ntxiv
    lawm thiab os...
     
    Tej zaum muaj 1 hnub tom ntej nov ces kuv yuav cia li Ploj twb
    ywm mus lawm xwb tiag...Vim Hmongza tsis muaj yam ua rau
    kuv SOV SIAB yuav tuaj UA SI ntxiv lawm na...Ces NKEES TUAJ
    lawm xwb...
     
    Zoo siab koj tseem taug kuv qab os...
    Cia mam nkag nkag tuaj xauj nej zaum puav lawm xwb lauj...
    Cov Kwv Tij e...!
     
    Sib ntsib dua,
    NYOB ZOO XYOO TSHIAB RAU KOJ
    thiab IB TSOOM PHOOJ YWG/NPLOJ YAIG SAWV DAWS OS...!
     
     
    HAPPY NEW YEAR TO YOU & EVERYONE WHO CAME TO
    CHECK ME OUT...!
    THANKS...!




    • 1
  14. Nujtxeeg added a post in a topic NUJTXEEG-----PAJHUAM DEDICATIONS, COLLECTIONS, STORIES and MORE.....   



     
     


    LOS NYOB HAUV KUV ZAJ NPAU SUAV
     
    LUB CAIJ NYOOG TWB DHAU LAWM NTAU NIAJ XYOO
    TAB SIS KOJ LUB NTSEJ MUAG CEV NTAJ NTSUG TSEEM PW KUV NCOO
    KOJ PUAS PAUB TIAS KUV TSEEM NCO KOJ MUS THAWM NIAJ...?
    KUV TSEEM HLUB KOJ TWB YWM NYOB TUAJ KUV NRUAB SIAB...!
     
    LUB SIJ HAWM TWB TAU DHAU LOS MUS LAWM NTEV
    TAB SIS KOJ TUS ME NTXHIAB NCAUJ LUS TSEEM PW KUV NRUAB CEV
    KOJ PUAS PAUB KUV TSEEM UA NPAU NTUB POM KOJ THAUM TSAUG ZOG...?
    KUV TSEEM TSHUA KOJ NTSIAG TOS NYOB KUV NRUAB PLAWV TXOG HNUB NOV...!
     
    LUB NEEJ TIAG KOJ TWB MUS CIAJ UA LUAG POJ LUAG SEV
    KUV TXAWM HLUB KOJ NPAUM TWG LOS KUV YUAV TUAV TSIS TAU KOJ TES
    THAUM KUV KOV THIAB PUAG TAU KOJ CES TSUAS NYOB HAUV TUS NTSUJ DUAB
    YOG LI KUV THIAJ CAW KOJ TUS NTSUJ PLIG LOS NTSIB KUV HAUV TUS NPAU SUAV...!
     
    TXOJ SIA TIAG KOJ TWB MUS COB RAU LUAG TES CIAJ UA LUAG NEEG
    KUV TXAWM NCO KOJ NPAUM TWG LOS KUV YUAV TSIS ZOO UA SUAB NQEE
    THAUM KUV NROG KOJ THAM TAU CES TSUAS NYOB HAUV NRUAB SIAB TXOJ KEV HLUB
    YOG LI KUV THIAJ CAW KOJ LUB CEV NTAJ NTSUG TUAJ POM KUV HAUV TUS NPAU NTUB...!
     




    • 1
  15. Nujtxeeg added a post in a topic PAJHLI---HMO HLI NRA TSEEM TOS...   

     

     

     
    ตราบธุรีดิน
    by ศิลปิน PMC ปู่จ๋าน ลองไมค์
    มีให้แค่เท่านี้ มีเพียงแค่เท่านี้
    ไม่มีมากมายดังใครเขามี
    มีให้เพียงนิดน้อย แต่ให้ไปเกินร้อย
    ไม่มีเงินตรา มงกุฏชฎาแม่เนื้อกลอย
    ไม่มีรถเก๋ง แอร์เย็นอย่างใครเขา
    มีไมตี้เอ็กซ์ท่อดังและคันเก่า
    พี่ไร้หน้าตาในสังคมไฮโซ
    และจะเจอพี่ได้ ก็แค่วงไฮโล
    อยู่กับฉันได้ไหม ให้แก่เฒ่าเป็นตายาย
    ในบั้นปลายสุดท้ายของดวงชีวัน
    อยู่เคียงคู่กันแบบนี้ ให้ร่วงโรยเป็นธุลี
    กลับสู่ธรณี ฝังร่างนี้ไปพร้อมกัน
    ฝังร่างไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน
    มีเธออยู่กับฉัน สู้งานในทุกวัน
    ถึงไร้ยศถาศักดินาใด ถึงชนชั้นล่างแค่ประชาไท
    คนเรารักกันอยู่ที่ใจ เงินทองหาได้มันก็สูญไป
    เราจะรักกันจนแก่เฒ่า ไม่ใช่รักกันไว้แค่เด้า
    บางคู่รักกันไว้แค่เอา บางคนรักกันหวังอั่งเปา
    บางทีรักกันเพราะว่ารอสวย บางคู่รักกันเพราะว่าตี๋มวย
    ผู้หญิงบางคนรักผัวรวย กระเทยรักผู้ชายเพราะหัว___
    ขอบคุณเธอที่รัก ถึงแม้ไม่มีอะไร
    ถึงมีแต่ตัวกับหัวใจ จะอยู่ไปจนวันตาย
    อยู่กับฉันได้ไหม ให้แก่เฒ่าเป็นตายาย
    ในบั้นปลายสุดท้ายของดวงชีวัน
    อยู่เคียงคู่กันแบบนี้ ให้ร่วงโรยเป็นธุลี
    กลับสู่ธรณี ฝังร่างนี้ไปพร้อมกัน
    ฝังร่างไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน
    มีเธออยู่กับฉัน สู้งานในทุกวัน...
    [Rap]
    เริ่มจากเราสอง มันเริ่มจากคนสองคน
    มีกามเทพสองตน ละแผลงศรอยู่สองคม
    ชะตาฟ้าลิขิตหรือจะสู้วะนะ คนเราอยู่กะฉัน
    และร่วมฝันละให้ชนะความจน
    อดทนอีกนิด รับพินิจไปติดจ๋านน
    ปู่จ๋านคนนี้ไม่ใช่ข้าราชการ
    ถึงพี่จะจน แต่พี่ก็ทนไม่เคยอาย
    จะรักแม่ยอดหญิง ไม่ทอดทิ้งจนวันตาย
    อยู่กับฉันได้ไหม ให้แก่เฒ่าเป็นตายาย
    ในบั้นปลายสุดท้ายของดวงชีวัน
    อยู่เคียงคู่กันแบบนี้ ให้ร่วงโรยเป็นธุลี
    กลับสู่ธรณี ฝังร่างนี้ไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน
    ฝังร่างไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน ฝังร่างไปพร้อมกัน...
     

    • 1